หน้าหลัก
อิสลามเบื้องต้น
รอมฏอนกะรีม
เกร็ดความรู้
บันได7ขั้น สู่สวรรค์ฟิรฺเดาซ
ศรัทธา
อัลกุรอาน
อัลหะดีส
หลักการอิสลาม
วันนี้ในอดีต
ไขข้อข้องใจ
คลังความรู้

ประวัติศาสตร์อิสลาม
มุมผู้ที่สนใจอิสลาม
ศัพท์เกี่ยวกับศาสนาอิสลาม
บอร์ดเพื่อการศึกษา

Custom Search

ทำไมถึง...ชา (ปลายมือ)

หากจะสงสัยว่าทำไมถึงชาปลายมือ ก็คงต้องอธิบายสักนิดว่า อาการเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่มีความผิดปกติของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบประสาท หรือแม้แต่การขาดสารอาหารประเภทวิตามินบางชนิด จะบอกได้ว่าเกิดจากสาเหตุใดแน่นอน ต้องอาศัยการซักประวัติ และ การตรวจร่างกายประกอบกัน แต่ก็พอจำแนกสาเหตุหลักๆ ได้ดังนี้

1. จากมีการกดทับของเส้นประสาทที่บริเวณกระดูกสันหลัง อาการชาจะเกิดร่วมกับอาการแขนขาอ่อนแรง แอ่นคอ เอี้ยวคอ หรือเอี้ยวตัวไม่ได้ หรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงของสีผิว อาการชาชนิดนี้เกิด ต้องรีบไปพบแพทย์ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน

2. มีการไหลเวียนเลือดไม่สะดวก หรือมีการกดที่ปลายประสาทนานๆ อาการชาที่เกิดขึ้นหลังจากมีการกดทับ นั่งทับนานๆ เมื่อบีบหรือนวดและคลายส่วนที่ทับออก อาการก็จะดีขึ้นเร็วหรือช้า ก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่มีการกดทับ ทั้งนี้เป็นสาเหตุชั่วคราว ไม่ใช่จากการมีพยาธิสภาพ

3. จากมีการอักเสบหรือสูญเสียความรู้สึกของปลายประสาท จากโรคบางโรค เช่น เบาหวาน อาการชา จะเป็นอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ จนบางครั้งอวัยวะเช่นมือและเท้าทั้งสองข้าง จะไม่มีการรับความรู้สึกเลย อาจได้รับอันตรายจากการไปสัมผัสกับความร้อน หรือเกิดบาดแผลได้ง่าย

4. จากการขาดวิตามิน B1 หรือสาร Thiamine หรือที่เรียกว่าอาการของโรคเหน็บชา อาการชาที่เกิดไม่เหมือนกับที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งเป็นอาการชาที่เกิดจากการขาดสาร Thiamine มนุษย์เพิ่งรู้จักโรคนี้ได้ประมาณ 115 ปี ผู้ที่พบโรคนี้ก็คือ Dr.Christian Eijkman ซึ่งได้ทำการทดลอง โดยฉีดเลือดของผู้ป่วยที่มีอาการของโรคเหน็บชาเข้าไปในลูกไก่ และสังเกตพบว่า ในกลุ่มลูกไก่ที่เลี้ยงด้วยข้าวขัดขาว ลูกไก่จะมีอาการอ่อนเปลี้ยเหมือนกับผู้ป่วย แต่ในกลุ่มลูกไก่ที่เลี้ยงด้วยข้าวเปลือก กลับไม่พบอาการดังกล่าว โดยที่วิตามิน B1 เป็นต้นเหตุของอาการชา เป็นสารอินทรีย์ ประเภทวิตามิน ซึ่งมีความจำเป็นต่อร่างกาย และมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต และการเผาผลาญของร่างกายอย่างมาก มนุษย์มีความต้องการในปริมาณวันละประมาณ 2-3 มิลลิกรัมเท่านั้น แต่สัตว์รวมทั้งมนุษย์ก็ไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินนี้ได้ด้วยตนเอง ต้องอาศัยการรับประทานพืชผักเข้าสู่ร่างกาย นอกจากจะพบได้มากในพืชผักแล้ว ยังพบได้ในอาหารประเภทยีสต์ ตับ ไต หัวใจ ถั่ว และข้าวซ้อมมืออีกด้วย

ส่วนใหญ่ของอาการชาที่เกิดขึ้น มักจะพบว่าเกิดจากการขาดวิตามิน B1 อาการของโรคเหน็บชาที่พบได้ คือ ผู้ป่วยจะมีอาการเข่าอ่อน ซึมเศร้า เบื่ออาหาร กระสับกระส่าย ความจำเสื่อม หัวใจมีการเต้นเร็ว ใจสั่น และอาจมีผลทำให้หัวใจโตได้ นอกจากนี้ ก็อาจพบว่ามีท้องและแขน ขา บวมร่วมด้วยได้ หากทิ้งไว้ ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตจากหัวใจวาย และในเอเซียพบว่า ในผู้ที่ติดสุรา หรือดื่มสุราเป็นประจำและมีภาวะขาดวิตามิน B1 จะพบว่ามีความผิดปกติของสติปัญญา เนื่องจากวิตามิน B1 มีผลต่อสมอง

ดังนั้น การรักษาผู้ป่วยที่มีอาการของโรคเหน็บชา หรือ อาการชาปลายมือปลายเท้าง่ายนิดเดียว เพียงบริโภคข้าวซ้อมมือ หรือ รับประทานอาหารที่มีวิตามิน B1 หรือวิตามิน B รวม ครั้งละ 1-2 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง อย่างต่อเนื่องประมาณ 1 สัปดาห์ อาการชาก็จะทุเลาและหายได้ในที่สุด ปัจจุบันจะพบว่ามีคนส่วนหนึ่ง เลือกไม่บริโภคอาหารประเภทผักกันมากขึ้น อาจเนื่องจากมีวัฒนธรรมการบริโภค ตามชนชาติอื่นๆ กัน หรือ ความนิยมในการบริโภคอาหารประเภท Junk food กันมากขึ้น ผู้ที่เป็นพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ควรหันมาให้ความสำคัญการบริโภคอาหารประเภทผักให้มาก เพราะการเลือกบริโภคสิ่งที่มีประโยชน์ ช่วยป้องกันการเกิดโรคไปได้ขั้นหนึ่งแล้ว

ที่มา มติชนรายวัน ประจำวันอังคารที่ 29 มีนาคม 2548

หน้าหลัก




ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
E-mail : govee2011@hotmail.com หรือ www.facebook.com/hasem.piwdee

ฟรี สถิติเว็บไซต์