ปฏิทินอิสลาม : เอกลักษณ์ของประชาคมมุสลิม

ทุกชาติต่างมีปฏิทินของตัวเองไว้สำหรับการคำนวณเวลา เหตุการณ์และโอกาสสำคัญต่างๆที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และอารยธรรมของตนเอง ดังนั้น ชาติที่มีอารยธรรมและศาสนาต่างๆจึงแทบจะไม่ใช้ระบบปฏิทินเดียวกัน แต่ละชาติจะมีผู้นำทางศาสนาทำหน้าที่คำนวณเดือนและวันตามปฏิทินของตน ดังจะเห็นได้จากกรณีของปฏิทินโรมัน ยิวและเปอร์เซีย

สมาชิกของสภาศาสนาสูงสุดของชาติยิวโบราณ (ที่เรียกว่า “ซานเฮดริน”) คือผู้ที่คำนวณวันและเดือนของปฏิทินชาวยิว พระสันตปาปาต่างๆในอารยธรรมโรมันก็ได้คำนวณปฏิทินของตนและพวกมะยูซี(พวกบูชาไฟในเปอร์เซีย)ก็คำนวณปฏิทินของตัวเองเช่นกัน โป๊ปเกรกอรีที่ 13ได้สร้างปฏิทินเกรกอเรียนขึ้นมาเพื่อแก้ไขปฏิทินของจูเลียนเพื่อที่จะแก้ไขวันสำคัญทางศาสนา(โดยเฉพาะวันอีสเตอร์) และเพื่อที่จะป้องกันมิให้วันต่างๆเลื่อนไปจากความเป็นจริง

มุสลิมก็มีปฏิทินของตัวเองเช่นกัน ปฏิทินของมุสลิมซึ่งอาศัยการโคจรของดวงจันทร์ล้วนๆได้ถูกนำมาใช้โดยเคาะลีฟะฮฺอุมัร อิบนุ อัลค็อฏฏอบ ผู้ไม่ยอมนำระบบการนับวันของชาติอื่นๆมาใช้และต้องการที่จะนำระบบที่เป็นของตัวเองมาใช้เฉพาะสำหรับชาติมุสลิม ดังนั้น เคาะลีฟะฮฺจึงได้ตัดสินใจใช้เหตุการณ์ฮิจญ์เราะฮฺ (การอพยพของนบีจากนครมักก๊ะฮฺไปสู่มะดีนะฮฺ) มาเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับปฏิทินของมุสลิม ด้วยเหตุนี้การเริ่มต้นของปฏิทินมุสลิมจึงได้ถูกกำหนดโดยความศรัทธาและปลอดจากอิทธิพลของระบบอื่นๆที่ตั้งชื่อเดือนตามเทพเจ้าหรือพระเจ้าที่พวกตนเคารพสักการะ

การอาศัยการโคจรของดวงจันทร์เป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นของเดือนต่างๆในปฏิทินอิสลามเป็นผลพวงมาจากแนวทางที่พระเจ้าประทานมา ไม่มีใครเข้าไปแทรกแซงในจำนวนของเดือนหรือตั้งชื่อเดือนของปีปฏิทินหรือตัดสินว่าปีใดเป็นอธิกวารและอื่นๆ อัลลอฮฺได้ทรงกล่าวว่า : “พระองค์คือผู้ทรงให้ดวงอาทิตย์มีแสงจ้าและดวงจันทร์มีสีนวลและได้ทรงกำหนดระยะการโคจรของมันอย่างเที่ยงตรง เพื่อที่สูเจ้าจะได้คำนวณปีและวันจากมัน อัลลอฮฺมิได้ทรงสร้างสิ่งเหล่านี้มาเพื่ออื่นใดนอกไปจากเพื่อเป้าหมายแห่งความจริง พระองค์ได้ทรงทำให้สัญญาณของพระองค์เป็นที่แจ้งชัดสำหรับคนที่มีความรู้” (กุรอาน 10:5)

ตามข้อความจากคัมภีร์กุรอานดังกล่าวข้างต้น วลีที่ว่า “การโคจรของมันอย่างเที่ยงตรง” หมายถึงการโคจรของดวงจันทร์ นี่เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าอัลลอฮฺได้ทรงกำหนดการโคจรของดวงจันทร์ให้เป็นเกณฑ์ที่มนุษย์สามารถนำไปใช้คำนวณเวลาได้ นอกจากนี้แล้ว อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดไว้ด้วยว่าปีหนึ่งจะมีกี่เดือน พระองค์ได้ทรงกล่าวไว้ว่า : “จำนวนเดือนที่อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดไว้นั้นมี 12 เดือนตั้งแต่เมื่อตอนที่พระองค์ได้ทรงสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน และในจำนวนนี้มี 4 เดือนที่เป็นเดือนต้องห้าม นี่คือหลักการนับที่ถูกต้อง ดังนั้นจงอย่าอธรรมต่อตัวของสูเจ้าเองโดยการละเมิดเดือนเหล่านี้และจงต่อสู้พวกบูชาเทวรูปร่วมกันเช่นเดียวกับที่พวกเขาร่วมกันต่อสู้สูเจ้าและจงรู้ไว้เถิดว่าอัลลอฮฺทรงอยู่กับผู้ที่เกรงกลัวพระเจ้า” (กุรอาน 9:36)

ยิ่งไปกว่านั้น ในคัมภีร์กุรอานยังมีการกล่าวถึงบางเดือนและบางวันเช่น เดือนเราะมะฎอน วันศุกร์และวันเสาร์ เป็นต้น ส่วนชื่อของเดือนต่างๆที่เหลือนั้นได้ถูกกล่าวไว้ในบันทึกคำพูดของท่านนบีมุฮัมมัด(หรือที่เรียกว่าซุนนะฮฺ)

ปฏิทินอิสลามยังคงเป็นที่ใช้กันในระดับการเมืองทั่วโลกมุสลิมจนกระทั่งประเทศมุสลิมได้ถูกประเทศล่าอาณานิคมยึดครองและมุสลิมเริ่มสูญเสียเอกลักษณ์ของตนเอง หลังจากนั้น การปกครองแบบคิลาฟะฮฺของมุสลิมก็ถูกทำลายด้วยน้ำมือของมุสตาฟา เคมาล อะตาเติร์ก ผู้ตัดสินใจประกาศให้นำเอาปฏิทินแบบเกรกอเรียนมาใช้แทนปฏิทินมุสลิม ด้วยเหตุนี้ ปฏิทินเกรกอเรียนจึงได้ถูกนำมาใช้กันในระดับการเมืองทั่วโลกมุสลิม

การกำหนดวันเริ่มต้นและการสิ้นสุดของเดือนตามจันทรคติมีความสำคัญสำหรับมุสลิมเป็นอย่างมาก เพราะการปฏิบัติศาสนกิจต่างๆต้องอาศัยปฏิทินนี้ เช่น การเริ่มต้นและการสิ้นสุดเดือนเราะมะฎอนเพื่อการถือศีลอดและการกำหนดวันอะเราะฟะฮฺ ซึ่งวันดังกล่าวมาเป็นตัวกำหนดวันตรุษทั้งสอง คือวันอีดุลฟิฏร์และอีดุลอัฎฮา

ขอขอบคุณ มุสลิมไทย

หน้าหลัก

 




ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
ติดต่อทีมงานผ่านอีเมล :piwdee@hotmail.com,  husna@piwdee.net

ฟรี สถิติเว็บไซต์