วัยรุ่นยังซึ้ง
ชีวิต...เฒ่าทระนง
แห่จดข้อคิดจากชีวิตปู่เย็น

          ฮิตฮ็อตจริงๆ สำหรับเรื่องราวชีวิตของปู่เย็น เฒ่าทระนง ซึ่งหลังจากที่มีการนำเรื่องราวชีวิตของปู่เย็นมาออกอากาศ ในรายการคนค้นคน ปรากฏว่าคนทุกกลุ่มต่างก็พูดถึงปู่เย็นกันเป็นแถว ไม่เฉพาะผู้ใหญ่วัยทำงานนะ บรรดาคนรุ่นใหม่ก็แห่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของปู่เย็นกันเป็นทิวแถว การันตีได้จาก ไม่ว่าจะเข้าไปเม้าธ์ที่กลุ่มไหน ในกลุ่มนั้นต้องมีใครสักคนหยิบเรื่องปู่เย็น มาพูดคุยกัน

          "ฉันชอบปู่เย็นจัง แกสุดยอดเลย" นางสาวกนกพร วรรณกิจจา อายุ 18 ปี เปรย

          เธอให้สัมภาษณ์เป็นฉากๆ เลยว่าชอบปู่เย็นตรงไหน อย่างไร

          "ดูปู่เย็นตั้งแต่ตอนแรก ได้หลายอย่างมาก ไม่น่าเชื่อว่ายุคนี้ ยังมีคนแบบปู่เย็นอยู่ ที่จำได้คือชอบคำพูดที่แกบอกว่า หอยมันไม่มีมือ มีเท้า มันยังหากินของมันได้ มันยังไม่อดตาย แล้วคนเรามีมือมีเท้า จะอดตายได้ยังไง สุดยอดเลยชีวิตของปู่เย็น สอนเราได้มากกว่าการอ่านหนังสือเสียอีก เพื่อนๆ ในกลุ่มต่างก็นับถือปู่เย็นมากๆ"

          ทางด้าน นายประถม วงศ์วรจักร อายุ 17 ปี เป็นอีกหนึ่งวัยรุ่นที่ซึมซับข้อคิดดีๆ จากชีวิตปู่เย็น กล่าวว่า นับถือปู่เย็นมาก เป็นสุดยอดของคน เท่าที่ดูรู้สึกว่าปู่เย็นเป็นคนที่เกรงใจผู้อื่นมากๆ อีกทั้งแต่ละประโยคที่ปู่เย็นพูดออกมา มันสะท้อนให้เห็นเลยว่า ชายชราคนนี้ ไม่ธรรมดา ปู่เย็นมีชีวิตที่สมถะมาก น่าชื่นชม

          "ชีวิตของเราก็เหมือนการขึ้นสะพาน ช่วงกลางๆ ของสะพานมันจะแข็งแรง แต่พอปลายๆ มันก็เริ่มอ่อนลง แล้วสุดท้ายทุกคนก็ลงสะพาน ปู่เย็นเปรียบเทียบกับความตาย ผมชอบมาก สุดยอด คำพูดคมมากๆ น่านับถือนะ จะหาคนดีแบบปู่ได้ที่ไหนอีก อยากให้โลกเรามีคนแบบปู่เยอะๆ โลกคงจะมีแต่คนดี"

          นางสาวจิราภรณ์ สังกะกิต อายุ 16 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า ชอบรอยยิ้มปู่เย็นมากๆ เพราะเป็นรอยยิ้มที่สดใส ปู่เป็นยอดคนจริงๆ มีคนมาขอต้นไม้ ปู่ก็ให้หมด เหลือไว้แค่ต้นเดียว ประทับใจที่ปู่ว่า ปู่ไม่เคยกลัวอะไรเลยในชีวิตนี้ ความตายก็ไม่กลัว

          "ชีวิตนี้ปู่เย็นไม่เคยเอาเปรียบใครเลย ถึงแม้ว่าปู่จะเหนื่อย แต่ปู่ก้อยิ้มได้ตลอด ปู่เย็นอยู่บนเรือ แล้วก็มีวิถีชีวิตแบบคนไทยแท้ๆ คำพูดที่ปู่พูดแต่ละคำ นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้หมด คำพูดที่ติดปากว่า "ฉันเกรงใจเขา" เป็นคำพูดติดปากที่ปู่จะพูดอยู่เสมอ ตอนหนึ่งที่พิธีกรเขาถามว่า กลัวอดมั้ย ปู่บอกว่าไม่กลัว ถึงจะไม่มีกิน ก็จะไม่ขอใคร เพราะไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณคน ถ้ามีกินก็กิน ไม่มีก็อด ไม่ขอใคร เกรงใจคนอื่นเขา"

          ส่วน นายพงศ์เทพ สารินันท์ อายุ 19 ปี จำประโยคเด็ดของปู่ที่ว่า คนเราก็ 10 คน 10 ใจ เราไม่รู้หรอกเขาคิดยังไง สู้ทำเองเลยดีกว่า มันเป็นประโยคสอนใจที่ดีจริงๆ ซึ่งตอนแรกตนไม่ได้ตั้งใจดู แต่แม่เรียกให้ดู พอได้ดูแล้วชอบมากๆ ปู่เป็นคนไม่โลภ ขี้เกรงใจ ไม่เอาเปรียบใคร อยู่แบบพอเพียง อยากให้พวกเด็กยุคนี้ที่ชอบใช้ชีวิตไร้สาระ หวังแต่สบาย ได้ดูกันเยอะๆ เพราะสมัยนี้พ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาอบรมสั่งสอนลูก มัวแต่หาเงิน คิดถึงที่ปู่เย็นพูดว่า เงินน่ะตายไปก็เอาไปไม่ได้ การดำเนินชีวิตของปู่เย็น มีข้อคิดดีๆ แฝงอยู่เยอะมาก

          "ถ้าเด็กไทยมีความคิดเหมือน "ปู่เย็น" คงจะดี อยากบอกเด็กวัยรุ่นแถวๆ ที่ปู่เย็นอยู่ว่า อย่าไปปาก้อนหินใส่แกเลย แกน่าสงสาร จะไปแกล้งแกทำไม แกก้ออยู่ของแกไปเฉยๆ ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับใคร ปู่เย็นเป็นคนแก่ที่ไม่งอมืองอตีน ไม่ขอใคร ทำอะไรก้อทำด้วยตัวเองตลอด ชอบคนแก่แบบนี้ ผมจะเอาชีวิตของปู่เย็น เป็นแบบอย่างในด้านความเป็นอยู่แบบสมถะ รู้จักพอ และรู้จักประมาณตน ขอบคุณปู่เย็นที่ทำให้คนไทยได้รู้จักอะไรมากขึ้น"

          นี่เป็นเพียงบทสัมภาษณ์ของวัยรุ่นบางส่วนเท่านั้น แต่จากการเดินสุ่มไปในกลุ่มวัยรุ่นแทบร้อยทั้งร้อยรู้จักปู่เย็น และแทบทุกคนต่างอยากจะเล่าข้อคิด อยากจะบอกประโยคเด็ดที่ได้จากชีวิตปู่เย็น

          ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากจะสะท้อนให้เห็นว่า วัยรุ่นยุคนี้ยังมีอีกเยอะที่ไม่ได้ปล่อยชีวิตให้ไร้สาระไปวันๆ พวกเขาพร้อมที่จะเสพในสิ่งดีๆ ให้กับชีวิต ที่สำคัญหนนี้ มันยังสะท้อนอีกว่า วัยรุ่นพร้อมที่จะนำคำสอนดีๆ จากผู้ใหญ่ไปใช้ในการดำเนินชีวิต เพียงแต่ว่าผู้ใหญ่จะสอนแบบไหน สอนด้วยปากหรือด้วยสอนด้วยการกระทำ ชีวิตของปู่เย็นคงเป็นคำตอบได้ดีสำหรับผู้ใหญ่ยุคนี้อีกเช่นกัน


"ปู่เย็น"ปิดตำนานชีวิต หัวใจวายกู้ชีวิตไม่ทัน!

ปิดตำนานเฒ่าทรนงลำน้ำเพชร "ปู่เย็น"สิ้นชีวิตแล้ว ด้วยโรคหัวใจวาย พยาบาลไปเรียกทำแผล พบนอนตัวเกร็งอยู่ในเรือ นำส่งแพทย์ช่วยปั๊มหัวใจ แต่สัญญาณชีพไม่ตอบสนอง สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระราชทานเงิน 2 แสนบาท ประกอบพิธีศพ ฝังที่สุสาน"ท่าแร้ง"ถิ่นอาศัยดั้งเดิม

"ปู่เย็น" หรือ นายเย็น แก้วมะณี อายุ 108 ปี เฒ่าทระนงแห่งลำน้ำเพชรบุรี เสียชีวิตแล้วโดยโรคหัวใจวาย โดยเมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 12 ตุลาคม น.ส.นรินทร์ทิพย์ น้อยมี พยาบาลวิชาชีพ 7 โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี และทีมงานหน่วยกู้ชีพเพชร จะเข้าตรวจอาการของปู่เย็น ที่อาศัยอยู่ในเรือพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ บริเวณท่าน้ำใต้สะพานลำไย ต.ท่าราบ อ.เมืองเพชรบุรี ซึ่งเป็นการตรวจอาการปกติเหมือนเช่นทุกวัน หลังเกิดเหตุเรือล่ม และปู่เย็นต้องลอยคออยู่ในแม่น้ำจนมีคนมาช่วยชีวิต นำขึ้นฝั่งเมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ ผ่านมา

ข่าวแจ้งว่า น.ส.นรินทร์ทิพย์และหน่วยกู้ชีพได้ตะโกนเรียกปู่เย็น แต่ปรากฏว่า ไม่มีเสียงตอบรับ หน่วยกู้ชีพจึงดึงเชือกเรือที่ผูกติดอยู่กับหลักให้เข้ามาใกล้ฝั่งแล้วลงไปเปิดม่านเรือ พบว่าปู่เย็นอยู่ในสภาพนอนหงาย อ้าปาก ตัวแข็งเกร็ง ชีพจรที่ข้อมือหยุด เต้น จึงประสานไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน ทางโรงพยาบาลพระจอมเกล้า นำรถพยาบาลมารับปู่เย็นไปยังห้องฉุกเฉิน จากนั้น นพ.วงศ์ษา มณีศร พญ.วาสนา นกเอี้ยงทอง แพทย์เวรประจำวัน และ นพ.สาธิต รัตนศรีทอง รอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระจอมเกล้า ได้ให้ยากระตุ้นหัวใจ พร้อมเร่งปั๊มหัวใจนานกว่าชั่วโมง แต่สัญญาณชีพไม่สนองตอบ ม่านตาขยาย จึงขออนุญาตนางจุ๋มจิ๋ม แก้วมะณี อายุ 51 ปี บุตรบุญธรรมปู่เย็น และนายบุญเลิศ สิงห์โต บุตรเขย เพื่อยุติการปั๊มหัวใจเมื่อเวลา 10.35 น.

น.ส.นรินทร์ทิพย์เปิดเผยว่า ตนและคณะมาดูแลปู่เย็นทุกวัน วันละ 2 ครั้ง คือ ช่วงเวลา 09.00 น. และเวลา 17.00 น. โดยจะทำแผลเรื้อรังที่ข้อมือ วัดความดัน วัดสัญญาณชีพจร และให้ยารับประทานสม่ำเสมอ ปู่เย็นมีโรคประจำตัวหลายโรค คือเบาหวาน หัวใจโต ปอดอักเสบเรื้อรัง แผลกระดูกอักเสบ ความดันโลหิตสูง และร่างกายขาดสารอาหาร ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของปู่เย็นนั้น จากสภาพที่เห็นคาดว่าเกิดจากหัวใจวายในช่วงกลางดึก

นายบุญเลิศ บุตรเขยปู่เย็น กล่าวว่า ปู่เย็นเดินไม่ได้มา 3-4 เดือนแล้ว เพราะขาบวม จึงไม่สามารถไปบ้านพักของบุตรสาวที่หน้าวัดลาด ซึ่งอยู่ห่างจากท่าน้ำสะพานลำไย ประมาณ 600 เมตร การหุงหาอาหารในเรือก็ต้องใช้วิธีกระถดไปมาในเรือแคบๆ ขับถ่ายก็อยู่ในเรือทั้งสิ้น ไม่สามารถใช้ห้องสุขาชั่วคราวที่จังหวัดสร้างให้บนริมตลิ่งได้

ต่อมา นายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยนางอมรรัตน์ ลิ่มไทย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี เดินทางมาที่โรงพระพยาบาลพระจอมเกล้า จากนั้น ให้สัมภาษณ์ว่า จังหวัดจะทำหนังสือไปยังกองเลขานุการในพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กราบบังคมทูลถวายรายงานการเสียชีวิตของปู่เย็นให้ทรงทราบ ส่วนเรือพระราชทาน ซึ่งถือว่าเป็นสมบัติของปู่เย็น จะหารือกับทายาทของปู่เย็นว่า จะนำไปตั้งไว้ในจุดใดที่เหมาะสม เพื่อเป็นการรำลึกถึงเฒ่าทระนงแห่งลำน้ำเพชรผู้นี้ รวมทั้งเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเรือให้แก่ปู่เย็นด้วย

"ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีผู้เดินทางมาเยี่ยมเยียนปู่เย็นที่ท่าน้ำใต้สะพานลำไยไม่ขาดสาย ตลอดเกือบ 4 ปีที่ผ่านมานับจากวันที่เป็นข่าวในรายการคนค้นฅน มีเงินฝากไว้ในธนาคารโดยใช้ชื่อร่วมบัญชีกับบุตรสาวบุญธรรม ประมาณ 200,000 บาท นอกจากนี้ พบเงินสดในเรือขณะเสียชีวิตประมาณ 70,000 บาท และสร้อยคำทองคำน้ำหนัก 5 บาท ซึ่งจะมอบให้แก่ทายาทต่อไป" นายสยุมพรกล่าว

ล่าสุด ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานเงิน 200,000 บาท เพื่อประกอบพิธีศพปู่เย็น นายไฟซอล โครงเซ็น ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า จะนำศพปู่เย็นไปตั้งที่มัสยิดกลางจังหวัดเพชรบุรี ต.ท่าแร้ง อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นถิ่นฐานเดิมของปู่เย็น เนื่องจากปู่เย็นเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ และจะเชิญพี่น้องชาวมุสลิมมาร่วมกันทำละหมาดขอพรและอ่านคัมภีร์ อัลกุรอ่านให้แก่ศพ คนต่างศาสนาก็มาร่วมในพิธีได้ ไม่ต้องแต่งชุดดำ และจะมีพิธีฝัง ที่กุโบร์ (สุสาน) ยามิอุ้ลอิสลาม ต.ท่าแร้ง เวลา 10.00 น. วันที่ 13 ตุลาคมนี้

ที่มา มติชนรายวัน วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11174

อินนาลิลลาฮ์ฯ ปู่เย็นของเราได้ถึงแก่อาญัลแล้ว

ก่อนหน้านี้ปู่เย็นเคยเปรยๆว่า ฉันคงอยู่ได้ไม่เกินปีนี้ ด้วยสุขภาพที่ไม่ค่อยสู้ดีนักเข้ารพ.หลายครั้ง วันนี้เราได้รับข่าวมาว่า ปู่เย็นของเราได้ถึงแก่อาญัล(เสียชีวิต)แล้วด้วยวัย 108 ปี เมื่อวันที่ 12 ต.ค. หลังจากที่ถูกนำตัวส่ง รพ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี อย่างเร่งด่วน

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี นำตัวนายเย็น แก้วมณี หรือปู่เย็น อายุ 108 ปี แห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี จากเรือที่อยู่บริเวณสะพานลำไย เขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน หลังจากพยาบาลที่มาตรวจร่างกายปู่เย็นเป็นประจำทุกวัน เห็นผิดสังเกต เนื่องจากวันนี้ปู่เย็นไม่มีเสียงขานรับเหมือนที่ผ่านมา จึงเข้าไปดูภายในเรือ พบว่าปู่เย็นนอนนิ่งไม่รู้สึกตัว ชีพจรเต้นแผ่วเบา และระหว่างการเดินทางส่งโรงพยาบาลนั้นชีพจรของปู่เย็นหยุดเต้น พยาบาลจึงรีบให้ยากระตุ้นหัวใจและปั้มชีพจร แต่ร่างกายของปู่เย็นตอบสนองต่อยาน้อยมาก

ล่าสุดนายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้เดินทางไปติดตามอาการที่โรงพยาบาล ก่อนที่ปู่เย็นจะเสียชีวิตลง.

"แท้จริงพวกเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ และแท้จริงพวกเราจะกลับไปยังพระองค์" ร่วมกันขอดุอาร์ให้ปู่เย็น ขอให้อัลลอฮ์คุ้มครองและอภัยโทษในทุกๆสิ่ง

อิสลามให้เป็นผู้ขอไ ด้" แต่เมื่อหอยมันไม่มีมือ ไม่มีตีนมันยังไม่อดตาย"

ปู่เย็น เฒ่าทรนงแห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี และนี่คือวิถีชีวิตอิสลาม

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ย้อนกลับไปคืนวันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 รายการ "คนค้นฅน" ได้หยิบยกชีวิตชายชราวัยซึ่งขณะนั้นอายุ 105 ปี (ปัจจุบันอายุ 108 ปี) ที่อยู่อย่างพอเพียง เรียบง่าย และทรนงตน มานำเสนอให้เป็นข้อคิด กับประโยคเด็ดๆ "ดูแต่หอยซิ ไม่มีมือไม่มีตีนมันยังหากินเองได้ ประสาอะไรกับคนมีมือมีเท้า หากินเองไม่ได้ก็อายหอย"

และด้วยภาพของชายชราตัวงองุ้ม ศีรษะโพกผ้าสะระบั่นเพื่อยืนยันความเป็นมุสลิม ผิวหนังเหี่ยวย่น ชอบนั่งหัวเราะอ้าปากหวอไม่เห็นฟัน ทำให้ชายชราผู้นี้เข้าไปนั่งอยู่ในใจใครได้ไม่ยาก เพราะคงไม่มีใครคิดว่าชายชราในวัย 105 ปี จะให้วิถีชีวิตอยู่บนเรือลำเล็กๆ ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 5 เมตร ที่เป็นทั้งเรือนงานและเรือนนอน และอยู่ตัวคนเดียวมานานหลาย 10 ปี วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปค้นชีวิตเฒ่าทรนงแห่งลุ่มน้ำเพชรบุรีคนนี้กันค่ะ...

นายเย็น แก้วมณี หรือ ปู่เย็น เป็นชาวเพชรบุรี นับถือศาสนาอิสลาม บิดาชื่อนายสุข แก้วมณี มารดาชื่อนางชม แก้วมณี เดิมประกอบอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัว ซึ่งหากนับอายุตามหลักฐานทะเบียนราษฎร์ ปู่เย็นจะมีอายุ 89 ปี แต่ปู่เย็นระบุว่าเกิดปีฉลู ขณะนี้อายุ 108 ปี ซึ่งจากการสอบถามผู้สูงอายุกว่า 80 ปี ในอำเภอเมืองเพชรบุรี ต่างก็ยืนยันว่าเมื่อยังเป็นเด็ก ก็เห็นปู่เย็นเป็นโตหนุ่มใหญ่แล้ว

สำหรับชีวิตครอบครัว ปู่เย็นแต่งงานใช้ชีวิตอยู่กินกับ "ย่าเอิบ แก้วมณี" ชาวไทยพุทธแถวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยไม่มีฝ่ายใดได้เปลี่ยนศาสนา ซึ่งทั้งสองครองรักกันยืนยาว แต่ปู่เย็นไม่มีลูก เพราะปู่เย็นเป็นหมัน จะมีก็แต่ลูกสาวบุญธรรม 2 คน ซึ่งเมื่อเติบใหญ่ก็แยกย้ายไปมีครอบครัวของตน

ชีวิตบั้นปลายของปู่เย็นหวังเพียงแค่จะมีความสุขในบ้านเช่าหลังเล็กๆ กับคู่ชีวิต แต่ทว่าจู่ๆ ย่าเอิบก็ล้มป่วย และเสียชีวิตในวัย 94 ปี ตอนนั้นชายชราคนหนึ่ง ร้องไห้กับการจากไปของหญิงชราคนหนึ่งนาน 3 เดือน และนับจากวันที่ย่าเอิบจากไป ปู่เย็นก็ออกจากบ้านเช่าราคาเดือนละ 800 บาท ขนทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ไม่กี่ชิ้น มาอยู่บ้านหลังใหม่ ไม่มีเสา ไม่มีหลังคา ยาว 5 เมตร กว้าง 1 เมตร ซึ่งบ้านของปู่เย็นเป็นเพียงเรือลำเล็กๆ ลอยลำอยู่ในแม่น้ำเพชรบุรีนับตั้งแต่นั้น

ปู่เย็นใช้ชีวิตอยู่บนเรือมา 10 กว่าปี เลี้ยงชีวิตด้วยการดักอวนหาปลา เหลือกินก็ขายถูกๆ ไม่ต้องมีตาชั่ง 20 30 บาท ปู่ก็ขายแลกเงินเพื่อประทังชีพ โดยไม่นึกว่าจะต้องพึ่งใคร ทั้งๆ ที่ปู่เย็นเองก็มีญาติสนิทมิตรสหาย แต่ปู่เย็นให้เหตุผลง่ายๆ ว่า "เกรงใจเขา" ที่สำคัญปู่เย็นไม่ชอบให้ใครสงสาร แต่ปู่เย็นชอบสงสารคนอื่น

และในวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2548 ปู่เย็นได้เข้ารับเรือพระราชทานต่อเบื้องพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นเรือกว้าง 1 เมตร ยาว 6 เมตร มีประทุนหลังคากันแดดกันฝน ด้านครึ่งเรือตอนท้ายจะมีผ้ามุ้งสำหรับกันยุง สำหรับตัวเรือจะเป็นเนื้อไฟเบอร์กลาสตลอดทั้งลำ มีน้ำหนักเบาสามารถลอยตัวอยู่ในน้ำตื้นได้ สร้างความตื้นตันใจแก่ปู่เย็นเป็นอย่างมาก

"รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระองค์ใจดี สงสารคนแก่ ขอพระอัลเลาะห์จงคุ้มครองให้พระองค์อายุยืนกว่าผมหลายเท่า เรือพระราชทานสวยมาก จะเอาไปผูกไว้ที่ท่าโรงหม้อซึ่งอยู่ใกล้กับสะพานลำไย ประมาณ 30 เมตร ใช้เป็นที่หลับนอนในเวลาที่อยากพักผ่อน แต่การจับปลายังจะใช้เรือลำเก่าเพราะขึ้นลงในขณะหาปลาสะดวกกว่า เคยบอกว่าอยากได้เครื่องยนต์มาใส่ท้ายเรือเพื่อจะขับไปต่างที่ได้ แต่หลายคนไม่เชื่อว่าขับเรือได้ ถึงขับได้ก็เป็นห่วงว่าจะเกิดอันตราย ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนเรือลำเก่าก็เคยใส่เครื่องยนต์ แต่เครื่องพังไปนานแล้ว ถ้ามีก็ขับได้แต่ไม่เรียกร้อง เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าเรื่องมาก" คำพูดซื่อตรงที่ออกมาจากใจของปู่เย็น

นอกจากนี้ ทางจังหวัดเพชรบุรีได้คัดเลือกให้ปู่เย็นเป็นผู้สูงอายุดีเด่นประจำปี 2548 รวมถึงได้มอบบทบาทใหม่อย่างเป็นทางการให้ปู่เย็น คือการเป็น "พรีเซ็นเตอร์ท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี" อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่นั้นมา ปู่เย็นก็ใช้ชีวิตตามแบบฉบับดั่งเดิมที่เคยเป็น ไม่ได้หลงใหลไปกับคำหวาน หรือชื่อเสียงที่ประดังเข้ามา โดยปู่เย็นอาศัยอยู่ในเรือพระราชทาน และออกเรือไปหาปลามาประทังชีวิต แม้ว่าจะมีผู้คนมาบริจาคเงินให้ หรือแม้ว่าทางจังหวัดจะให้เงินเดือน แต่ปู่เย็นมักจะปฎิเสธ ด้วยเหตุผลว่า "เกรงใจมัน ชีวิตคนเหมือนสะพาน มีขึ้น มีลง มีสูง มีต่ำ พอสุดท้ายก็ตาย"

แต่เมื่อคืนวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา ชาวบ้านต้องพากันช่วยเหลือปู่เย็นขึ้นมาจากแม่น้ำเพชรบุรี ในสภาพอิดโรยอ่อนแรง เนื่องจากต้องจับเชือกผูกโยงเรืออยู่ในน้ำนานนับชั่วโมง หลังเกิดเหตุเรือนอนที่จอดอยู่ริมสะพานลำไยของปู่เย็นพลิกคว่ำ เพราะทานน้ำหนักน้ำที่ท่วมขังในเรือไม่ไหว ซึ่งเมื่อแพทย์จะนำตัวปู่เย็นส่งโรงพยาบาล ปู่เย็นกลับไม่ยอมไป เพราะเป็นห่วงทรัพย์สินและเรือพระราชทาน

จนเมื่อชาวบ้านช่วยกันกู้เรือมาได้สำเร็จ ปู่เย็นถึงกับน้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง ก่อนที่บุรุษพยาบาลจะอุ้มปู่เย็นขึ้นรถพยาบาลนำตัวส่งตรวจอาการ โดยหลังเกิดเหตุความทราบถึงสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ดำเนินการซ่อมแซมเรือพระราชทานลำดังกล่าว โดยขยายท้องเรือให้กว้างจากเดิมอีก 20 เซนติเมตร พร้อมปะรอยรั่ว เปลี่ยนวัสดุผนังข้างเรือ หลังคาผ้าใบ กันสาด มุ้งลวดใหม่ และเพิ่มกล่องห้องลอยสำหรับเก็บของไม่ให้เปียกน้ำ อีกทั้งติดเครื่องยนต์และยาง CLPS เพื่อให้เหมาะสมแก่การบังคับเรือ

และเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 เรือพระราชทานของปู่เย็นก็ซ่อมเสร็จเรียบร้อย โดยเจ้าหน้าที่ได้นำปู่เย็นนั่งรถเข็นจากบ้านญาติ เดินทางไปที่เรือพระราชทาน โดยทันทีที่เห็นเรือปู่เย็นได้เอามือลูบเรือพร้อมหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะอุทานออกมาว่า "โอ้...ดีโว้ย ...ลำนี้ใหญ่กว่าลำเก่าโว้ย..สวยไปเลยโว้ย" พร้อมกับกล่าวว่า ไม่อยากนำเรือลำนี้ออกมาใช้ อยากจะเอาเก็บไว้เพราะเสียดาย ดีใจเป็นอย่างมาก รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเป็นห่วงเป็นใยในชีวิต มีรับสั่งซ่อมแซมเรือให้ในครั้งนี้ จะดูแลรักษาเรือลำนี้เป็นอย่างดี ไม่ให้เรือจมน้ำอีก

ซึ่งทันทีที่ปู่เย็นลงไปนั่งในเรือ ปรากฏว่าปู่เย็นดีใจจนยิ้มแก้มปริ พร้อมนำพระบรมฉายาลักษณ์ของล้นเกล้าฯ ทั้ง 2 พระองค์มากอดแนบอก ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำเรือพาปู่เย็นล่องไปตามลำน้ำไปยังที่จอดเรือของปู่เย็นบริเวณใต้เชิงสะพานลำไย ท่ามกลางชาวบ้านนับพันคนที่มายืนปรบมือให้กับผู้เฒ่าทรนง 2 ฝั่งแม่น้ำ

อย่างไรก็ตาม เมื่อโด่งดังผู้คนหลั่งไหลมาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย ก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของปู่เย็น เนื่องจากปู่เย็นอายุมาแล้ว อีกทั้งยังมีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวานและขาดสารอาหาร ซึ่งทางโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรี ได้ส่งทีมแพทย์เข้าไปดูแลรักษาทุกวัน และนำอาหารที่มีธาตุอาหารครบตามหมู่ให้ปู่เย็นได้รับประทานทุกมื้อด้วย

นี่คือ...วิถีชีวิตของ "ปู่เย็น" เฒ่าทรนงแห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี ขวัญใจมหาชนคนไทยทั้งประเทศ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก นสพ.ไทยรัฐ



หน้าหลัก

 

 


ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
ติดต่อทีมงานผ่านอีเมล :piwdee@hotmail.com,  husna@piwdee.net