อีม่าน

          หมายถึง การศรัทธา เชื่อมั่นอย่างมีเหตุผล มีผลต่อความเป็นจริง การอีมานแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

          ประการที่หนึ่ง  การศรัทธาแบบสรุป

          คือการศรัทธาเชื่อมั่นต่อเอกองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) และคำสั่งสอน (พระโองการ) ของพระองค์ กับการศรัทธาเชื่อมั่นต่อท่านรสูล (ช.ล.) และคำพูด (พระดำรัส) ของท่าน

          ประเภทที่สอง  การศรัทธาแบบขยายความ

          คือ การศรัทธาเชื่อมั่นในรูกน (หลักการ) อีม่าน 6 ประการอย่างละเอียด กล่าวคือ

          1. การศรัทธาต่อเอกองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.)

          2. การศรัทธาต่อบรรดามลาอิกะฮฺของพระองค์

          3. การศรัทธาต่อบรรดาพระคัมภีร์ของพระองค์ 

          4. การศรัทธาต่อบรรดารสูลของพระองค์

          5. การศรัทธาต่อวันสิ้นโลก (อาคิเราะฮฺ)

          6. การศรัทธาต่อการกำหนดความดีและความชั่ว มาจากพระองค์อัลลอฮฺทั้งสิ้น  

 กฎเกณฑ์ต่างๆ

          กฎเกณฑ์ต่างๆ จำแนกได้ 3 ประการ คือ

          1. กฎแห่งบทบัญญัติ  ได้แก่คำสั่งสอน (พระโองการ) ขององค์อัลลอฮฺ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบังคับให้บ่าวของพระองค์ปฏิบัติ หรือ ห้ามมิให้ปฏิบัติ การอนุญาตให้บ่าวของพระองค์ปฏิบัติสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ และการวางระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับและการอนุญาตดังกล่าวนั้น

          2. กฎธรรมดาทั่วไป  กฎธรรมดาทั่วไป คือปรากฎการณ์ที่มีความสัมพันธ์ระหว่างสองสภาวะการมี หรือไม่มีที่ซ้ำๆ กัน ซึ่งอาจจะไม่เป็นไปตามกฎนั้นก็ได้ อีกทั้งสภาวการณ์นั้นๆ ก็ไม่มีผลบังคับซึ่งกันและกัน

          กฎนี้แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ

          (1) ปรากฏการณ์ระหว่าง มีกับมี เช่น มีการอิ่มเพราะมีการกิน

          (2) ปรากฏการณ์ระหว่าง ไม่มีกับไม่มี เช่น ไม่มีการอิ่ม เพราะไม่มีการกิน

          (3) ปรากฏการณ์ระหว่าง มีกับไม่มี เช่น มีความหนาว เพราะไม่มีเครื่องนุ่งห่ม

          (4) ปรากฏการณ์ระหว่าง ไม่มีกับมี เช่น ไม่มีการไหม้ เพราะมีน้ำ

          กฎเกณฑ์แห่งปัญญา สามารถแบ่งออกได้ 3 ชนิด คือ

          1. วายิบ  คือ สิ่งที่สติปัญญาไม่ปฏิเสธ (รับรอง)

          2. มุสตะฮีล  คือ สิ่งที่สติปัญญาไม่ยอมรับว่ามี (ปฏิเสธ)

          3. ยาอิส  คือ สิ่งที่สติปัญญายอมรับว่ามีหรือไม่มี ซึ่งมีทางเป็นไปได้ทั้งสองอย่าง

พระนามองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.)

          พระนามอันประเสริฐของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) มีทั้งหมด 99 พระนาม มุสลิมทุกคนควรท่องจำไว้ให้ได้  ดูพระนามของเอกองค์อัลลอฮฺ ทั้ง 99 พระนาม ได้ใน อัลหะดีษ

คุณลักษณะของอัลลอฮฺ (ซ.บ.)

          ขั้นแรกที่ผู้นับถือศาสนาอิสลามจะต้องรู้ก่อนเรื่องอื่นๆ คือ การรู้จักอัลลอฮฺ (ซ.บ.)

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านศาสดามุฮัมมัด (ช.ล) ได้เคยสั่งมู่อ๊าซ บินยะบัล เมื่อคราวเดินทางไปเผยแพร่ศาสนาอิสลามที่เมืองยะมัน ความว่า

" สิ่งแรกที่ท่านจะต้องเรียกร้อง และทำความเข้าใจ กับบุคคลเหล่านั้น ได้แก่การกล่าวชี้แจงให้เขายึดมั่นต่อเอกภาพขององค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) "

          การทำความรู้จักหรือทำความเข้าใจในองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) หมายถึง การรู้จักหรือเข้าใจในบรรดาซี่ฟัต หรือ คุณลักษณะ ที่เป็นวายิบ มุสตะฮีล และ ยาอิส สำหรับพระองค์

          คุณลักษณะสำหรับพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) มีมากมายไม่สิ้นสุด แต่ที่จำเป็นให้เรารู้และเข้าใจจริงๆ มีเพียง 20 คุณลักษณะ กล่าวคือ

          1. อัลวูยูด  อัลลอฮฺทรงมี  กล่าวคือ การศรัทธาว่าอัลลอฮฺ (ซ.บ.) นั้น ทรงมีแน่นอน  หลักฐานที่แสดงว่า พระองค์ทรงมี ก็คือ คัมภีร์อัลกุรอาน ที่มีความว่า

" แท้จริงฉันคืออัลลอฮฺ ไม่มีพระเจ้าอื่นนอกจากฉัน "

          ข้อพิสูจน์ที่ว่าอัลลอฮฺทรงมี นั่นก็คือ โลกหรือพิภพจักรวาลนี้ เป็นของใหม่ ทุกๆ ของใหม่ต้องมีผู้สร้าง ดังนั้น โลกหรือพิภพจักรวาลจำเป็นต้องมีผู้สร้าง ผู้สร้างก็คืออัลลอฮฺ (ซ.บ.) ส่วนหลักฐานที่ว่าโลกหรือพิภพจักรวาลเป็นของใหม่ ก็เพราะว่ามีคุณสมบัติใหม่ๆ เป็นประจำ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนไหว การนิ่ง และสรรพสิ่งที่มีอยู่ก็เช่นเดียวกัน ทุกสิ่งที่มีคุณสมบัติใหม่ๆ ตัวของมันต้องใหม่ไปด้วย ดังนั้น โลกและพิภพจักรวาล ก็ต้องเป็นของใหม่ ส่วนที่ว่าคุณสมบัติเป็นของใหม่นั้น ก็เพราะว่ามันมีการเปลี่ยนแแปลง (เช่น การดับสูญ และ การมีอื่นขึ้นมาแทน) ทุกๆ สิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลง ก็เป็นของใหม่ ดังนั้นโลกและพิภพจักรวาล จึงเป็นของใหม่

          อนึ่ง ของดั้งเดิมนั้น ต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลง และไม่มีการดับสูญ ต้องมีตลอดไป เมื่อซาตและซีฟัตเป็นของดั้งเดิมแล้ว ก็พิเคราะห์ได้ว่า จะสูญหายไม่ได้

          2. อัลกีดัม   อัลลอฮฺทรงเดิม กล่าวคือ การศรัทธาเชื่อมั่นว่า พระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงมีมาตั้งแต่ดั้งเดิม โดยหาจุดเริ่มต้นมิได้ว่า พระองค์ทรงมีมาตั้งแต่เมื่อใด

          หลักฐานที่แสดงว่าพระองค์ทรงมีมาตั้งแต่เดิมนั้น ได้บัญญัติไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า

" พระองค์ทรงมีมาแต่เดิม และคงมีต่อไปอย่างถาวร ไม่มีที่สิ้นสุด

          ข้อพิสูจน์ในเรื่องนี้ก็คือ หากองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ไม่มีมาแต่เดิม และทรงมีจุดเริ่มต้นแล้ว แน่นอนพระองค์ก็จะต้องเป็นของใหม่ เช่นเดียวกับสรรพสิ่งทั้งหลาย ที่เกิดมาในโลกและพิภพจักราลนี้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะการมีจุดเริ่มต้นนั้น เป็นคุณลักษณะของสิ่งที่ถูกสร้าง เราได้พิสูจน์มาแล้วว่า พระองค์เป็นผู้สร้างสรรพสิ่งทั้งหลายให้เกิดขึ้น ดังนั้น จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า พระองค์ทรงมีแต่ดั้งเดิม โดยไม่มีจุดเริ่มต้น

          3. อัลบากอ  อัลลอฮฺทรงถาวร กล่าวคือ การศรัทธาเชื่อมั่นว่า อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงมีความมั่นคงถาวรตลอดไป โดยไม่จุดสิ้นสุด

          หลักฐานแสดงว่า พระองค์ทรงมีความมั่นคงถาวรตลอดกาลนั้น ได้บัญญัติไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า

"และพระเจ้าพระผู้อภิบาลของสูเจ้านั้น
ทรงมีความมั่นคงถาวรตลอดกาล
พระองค์ทรงยิ่งใหญ่และทรงเกียรติยิ่ง
"

          เราได้พิสูจน์มาแล้วว่า พระองค์ทรงมีมาตั้งแต่ดั้งเดิม เพราะถ้าหากพระองค์ทรงเพิ่งมี พระองค์ก็จะมีคุณลักษณะเช่นเดียวกับสิ่งที่ถูกสร้าง ซึ่งเป็นไปไม่ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น เราจึงต้องเชื่อมั่นว่า พระองค์ทรงมีความมั่นคงถาวรตลอดกาลอย่างแน่นอน

          4. อัลมูข้อละฟะตุลิลฮะว่าดิส  อัลลอฮฺทรงต่างกับของใหม่ กล่าวคือ การศรัทธาเชื่อมั่นว่าพระองค์ทรงมีคุณลักษณะที่แตกต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ หรือสิ่งที่ถูกสร้างทุกกรณี ดังปรากฏหลักฐานที่ระบุไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า

" ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเหมือนพระองค"

          ข้อพิสูจน์ที่ยืนยันว่า พระองค์ทรงแตกต่างกับสรรพสิ่งทั้งหลายในพิภพจักรวาล ก็คือ หากพระองค์มีคุณลักษณะเหมือนกับสิ่งที่เกิดใหม่แล้ว พระองค์ก็ย่อมมีสภาพเหมือนกับสิ่งที่เกิดใหม่ ดังนั้น พระองค์ทรงแตกต่างกับของใหม่

          5. กียามุฮุบินับซิฮฺ  คือ การศรัทธาเชื่อมั่นว่า พระองค์ทรงดำรงด้วยพระองค์เอง กล่าวคือ การดำรงของพระองค์นั้น ไม่ต้องการผู้สร้าง ผู้ให้กำเนิด และไม่พึ่งพาอาศัยสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น ดังปรากฏหลักฐานที่ระบุไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า

" แท้จริงอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ไม่ทรงพึ่งอาศัยสรรพสิ่งทั้งหลายในโลก "

          ข้อพิสูจน์ที่ยืนยันว่า พระองค์ดำรงด้วยพระองค์เอง ก็คือ หากพระองค์ไม่ดำรงด้วยพระองค์เองแล้ว ก็ต้องอาศัยสิ่งอื่น ถ้าพระองค์อาศัยสิ่งอื่น ก็ต้องเป็นของใหม่ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น อัลลอฮฺต้องดำรงด้วยพระองค์เอง

          6. วะหฺดาเนียด  อัลลอฮฺทรงเอกะ กล่าวคือ การศรัทธาเชื่อมั่นว่า พระองค์ทรงไม่มีสอง ทั้งซาต ซีฟัต และ อัฟอั้ล ดังหลักฐานที่ปรากฏในคัมภีร์อัลกุรอานที่ว่า

"หากในฟากฟ้าและแผ่นดิน จะมีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.)
แน่นอนฟากฟ้าและแผ่นดินจะต้องพินาศสิ้น
"

          ข้อพิสูจน์ หากพระองค์ไม่มีองค์เดียว ก็ต้องมีหลายองค์ การมีหลายองค์ ทำให้พิภพจักรวาล มีขึ้นไม่ได้ ทั้งนี้ก็เพราะ

          1. ถ้ามีความประสงค์ขัดแย้งกัน องค์หนึ่งสร้าง องค์หนึ่งทำลาย พิภพจักรวาลนี้ ก็มีขึ้นมาไม่ได้ แต่พิภพจักรวาลมีมาแล้ว ดังนั้น พระองค์ต้องมีองค์เดียว

          2. ถ้ามีความประสงค์ต้องกัน คือ ร่วมกันสร้าง อำนาจในการสร้างก็ไม่สมบูรณ์ เพราะต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติของของใหม่ เราได้ทราบมาแล้วว่า พระองค์ไม่ใช่ของใหม่ การที่ว่าพระองค์อาศัยซึ่งกันและกันนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น พระเจ้าต้องมีองค์เดียว

          7. อัลกุดรด  อัลลอฮฺทรงอานุภาพ กล่าวคือ การศรัทธาเชื่อมั่นว่าองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงมีพลังและอานุภาพ ที่จะบันดาลสรรพสิ่งทั้งหลาย ให้เป็นไปตามความประสงค์ของพระองค์ได้ ดังที่ปรากฏหลักฐานในคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า

" แท้จริงองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงมีอานุภาพเหนือทุกๆ สิ่ง "

          ข้อพิสูจน์ ถ้าพระองค์อัลลอฮฺไม่ทรงอานุภาพแล้ว แน่นอนสรรพสิ่งต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้ แต่สรรพสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมาแล้ว นั่นก็คือ ต้องมีผู้สร้าง ผู้บันดาล และผู้สร้างก็ต้องทรงอานุภาพ ดังนั้น ผู้ทรงอานุภาพก็คึออัลลอฮฺ

          8. อัลอิรอดาด  อัลลอฮฺทรงเจตนา กล่าวคือ การศรัทธาเชื่อมั่นว่า องค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงมีเจตนาในการบันดาลสรรพสิ่งทั้งหลาย โดยไม่พลั้งเผลอ หรือ ถูกบังคับ ดังปรากฏหลักฐานในคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า

" พระองค์ทรงกระทำตามที่พระองค์ทรงมีเจตนา "

          ข้อพิสูจน์ ถ้าพระองค์ไม่ทรงไว้ซึ่งลักษณะการเจตนา พระองค์ก็ต้องไร้เจตนา จะต้องถูกบังคับหรือหลงลืมก็ตาม สรรพสิ่งทั้งหลายก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้ เมื่อสรรพสิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นมาแล้ว นั่นก็แสดงว่าพระองค์อัลลอฮฺทรงเจตนา

          9. อัลอิลมุ  อัลลอฮฺทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งในที่ลับและเปิดเผย ดังปรากฏหลักฐานในคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า

"ท่านทั้งหลายพึงทราบเถิดว่า
แท้จริงองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง
"

          ข้อพิสูจน์ ยืนยันเกี่ยวกับซีฟัตข้อนี้ ก็คือการที่พระองค์ทรงมีอานุภาพ ในการบันดาลสรรพสิ่งต่างๆ และทรงควบคุมกิจการต่างๆ ให้เป็นไปตามระบบอันมั่นคง ซึ่งผู้ที่จะกระทำเช่นนั้นได้ จะต้องเป็นผู้มีความรอบรู้ดีทุกอย่าง ดังนั้น การที่พระองค์ทรงอานุภาพในการบันดาลสรรพสิ่งต่างๆ และทรงควบคุมกิจการต่างๆ ให้ดำเนินไปตามระบบได้เช่นนี้ จึงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า พระองค์ทรงรอบรู้อย่างแน่นอน

          10. อัลฮะยาต  อัลลอฮฺทรงเป็น กล่าวคือ การศรัทธาเชื่อมั่นว่า องค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงเป็นอยู่ชั่วนิรันดร์ พระองค์จะไม่ตายและไม่ดับสูญ หลักฐานที่ยืนยันได้ในเรื่องนี้ ปรากฏในคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า

"สูเจ้าจงมอบหมายทุกสิ่งทุกอย่างแด่พระผู้ทรงเป็นอยู่ชั่วนิจนิรันดร"

          ข้อพิสูจน์ พระองค์ทรงเป็นอยู่ชั่วนิจนิรันดร์ ก็คือ หากพระองค์ไม่ทรงเป็นและมีการดับสูญ พระองค์ก็ย่อมต้องมีการตาย ถ้าพระองค์เป็นอย่างนั้น พระองค์ก็ไม่สามารถดลบันดาลให้บังเกิดสิ่งใดๆ ขึ้นได้ แต่ข้อเท็จจริงมิได้เป็นเช่นนั้น ดังนั้น พระองค์ทรงเป็นอยู่ตลอดไป ชั่วนิจนิรันดร์

          11. อัซซัมอุ  อัลลอฮฺทรงได้ยิน กล่าวคือ การศรัทธาเชื่อมั่นว่า อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงได้ยินทุกสิ่งทุกอย่าง ดังปรากฏหลักฐานระบุไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า

"แท้จริงอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงได้ยินและทรงรอบรู้ยิ่ง"

          ข้อพิสูจน์ หากอัลลอฮฺไม่ทรงได้ยิน ก็ต้องหนวก หากอัลลอฮฺทรงหนวก ก็ทรงไว้ซึ่งลักษณะตกต่ำหรือบกพร่อง การทรงไว้ซึ่งลักษณะตกต่ำหรือบกพร่อง สำหรับพระเจ้านั้นเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น อัลลอฮฺต้องทรงไว้ซึ่งซีฟัตได้ยิน ผู้ทรงประทานการได้ยินให้แก่บ่าวของพระองค์ จึงเป็นไปไม่ได้ที่พระองค์จะเป็นผู้ที่ไม่ได้ยินเสียเอง

          12. อัลบะชอรุ  อัลลอฮฺทรงเห็น กล่าวคือ การศรัทธาเชื่อมั่นว่า อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นที่ลับหรือเปิดเผย ดังปรากฏหลักฐานที่ระบุไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า

"และอัลลอฮฺทรงเห็นในสิ่งที่สูเจ้าปฏิบัติ"

          ข้อพิสูจน์ ถ้าอัลลอฮฺไม่ทรงเห็น ก็ต้องบอด หากอัลลอฮฺทรงบอด ทรงไว้ซึ่งคุณลักษณะตกต่ำ หรือ บกพร่อง

          การทรงไว้ซึ่งลักษณะตกต่ำหรือบกพร่อง สำหรับพระเจ้านั้นเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น อัลลอฮฺต้องทรงไว้ซึ่งซีฟัตทรงเห็น

          13. อัลกะล้ามุ  อัลลอฮฺทรงพูด กล่าวคือ การศรัทธาเชื่อมันว่า อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงพูด  ดังปรากฏหลักฐานที่ระบุไว้ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า

"และอัลลอฮฺ ซ.บ. ทรงดำรัสกับมูสาอย่างแท้จริง"

          ข้อพิสูจน์ หากพระองค์ไม่ทรงพูดแล้ว พระองค์ก็ทรงลักษณะเป็นใบ้ หากพระองค์เป็นใบ้ พระองค์ก็มีลักษณะตกต่ำหรือบกพร่อง การที่พระองค์มีลักษณะตกต่ำหรือบกพร่องนั้น ถือเป็นพระเจ้าไม่ได้ ดังนั้น พระองค์จึงต้องมีคุณลักษณะทรงพูด

          14. เกานูฮูกอดิรั้น  การที่พระองค์อัลลอฮฺทรงไว้ซึ่งอานุภาพ

          15. เกานูฮูมูรีดั้น  การที่พรองค์อัลลอฮฺทรงไว้ซึ่งเจตนา

          16. เกานูฮูอ้าลีมั้น  การที่พระองค์อัลลอฮฺทรงไว้ซึ่งรอบรู้

          17. เกานูฮูหัยยั้น  การที่พระองค์อัลลอฮฺทรงไว้ซึ่งเป็น

          18. เกาะนูฮูซะมีอั้น  การที่พระองค์อัลลอฮฺทรงไว้ซึ่งได้ยิน

          19. เกานูฮูบะชีรั้น   การที่พระองค์อัลลอฮฺทรงไว้ซึ่งเห็น

          20. เกานูฮูมุตะกัลลิมั้น  การที่พระองค์อัลลอฮฺทรงไว้ซึ่งพูด

          หลักฐานและการพิสูจน์ ทั้ง 7 ซี่ฟัตนี้ ให้ถือหลักฐานการพิสูจน์ซึ่ฟัต ที่ 7-13 ดังกล่าวมาแล้ว

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

- หลักศรัทธา 6 ประการ
- กอฎอ กอดัร
- เตาฮีดสำหรับผู้เริ่มต้น
- ประเภทของเตาฮีด
- วันปรโลก

หน้าหลัก

 


ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
ติดต่อทีมงานผ่านอีเมล :piwdee@hotmail.com,  husna@piwdee.net