'สมิทธ-โสรัจจะ'ฟันธง กลางปีเกิดสึนามิ โดนไทยเต็มๆ

อดีตผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กับ โหรชื่อดังฉายา "นอสตาดามุสเมืองไทย" ทำนายตรงกัน กลางปีนี้ประเทศไทยเจอสึนามิถล่มหนักแน่ๆ..

หลังจากเป็นที่ฮือฮากับรายงานข่าวจากต่างประเทศ เมื่อคณะผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาจากประเทศไอร์แลนด์เหนือ นำโดย ศาสตราจารย์จอห์น แมคคลอสคีย์ สถาบันวิจัยนิเวศวิทยาแห่งมหาวิยาลัยอัลส์เตอร์ ไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิชาการที่ขึ้นชื่อว่าทำนายเหตุการณ์สึนามิได้แม่นยำมากที่สุด ได้ส่งจดหมายเตือนภัยว่าอาจจะเกิดคลื่นยักษ์ที่เป็นผลมาจากแผ่นดินไหวถล่มชายฝั่งเกาะสุมาตราในอนาคตอันใกล้

คำเตือนที่ว่านั้นยิ่งสร้างความสะพรึงกลัวให้กับคนไทย เมื่อมันมาตรงกับคำทำนายของนักวิชาการและโหราศาสตร์ชื่อดังก่อนหน้านี้ ที่ว่าสึนามิจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ที่สำคัญประเทศไทยจะได้รับความเสียหายมากมายกว่าสึนามิเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2547

ผู้สื่อข่าวไทยรัฐออนไลน์สอบถามไปยัง ดร.สมิทธ ธรรมสโรช อดีตผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ผู้ที่เคยทำนายว่าประเทศไทยจะเกิดส ึนามิครั้งใหญ่อีกครั้งในอนาคตอันใกล้ โดยเขาเห็นด้วยกับคำเตือนของศาสตราจารย ์สถาบันวิจัยนิเวศวิทยาแห่งมหาวิยาลัยอัลส์เตอร์ ไอร์แลนด์เหนือ และว่าถ้าเกิดสึนามิครั้งนี้ ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบผู้คนจะล้มหายตายจากมากมายกว่าครั้งที่แล้วมาก

"ปีที่แล้วผมมีโอกาสเข้าไปร่วมประชุมกับนักวิจัยญี่ปุ่น ซึ่งเขาก็พูดถึงเรื่องของศาสตราจารย์จอห์น แมคคลอสคีย์ ออกมาบอกว่าอีกไม่นานจะเกิดสึนามิอีกครั้ง ในส่วนประเทศไทย จะได้รับผลกระทบมากๆ เพราะว่ารอยเลื่อนแผ่นดินที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2547 มันเลื่อนแค่เศษ 1 ส่วน 4 เท่านั้น ดังนั้นจะเหลืออีกเศษ 3 ส่วน 4 ที่ยังไม่เกิด ซึ่งแผ่นดินมันค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาทางเหนือระหว่างเกาะนิโคบาและเกาะอันดามัน โดยการเลื่อนในครั้งนี้มันจะเขยิบเข้ามาใกล้กับชายฝั่งของประเทศไทยมากขึ้นจากครั้งที่แล้ว"

ดร.สมิทธ กล่าวต่อว่า ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้อง 9 ริกเตอร์เหมือนกับครั้งที่แล้ว เรียกว่าขอให้เกิดสึนามิขึ้นเมื่อใด ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบมหาศาล

"คำนวนง่ายๆ ว่าสึนามิครั้งที่แล้วมันไกลจาก 6 จังหวัดภาคใต้ถึง 1,200 กิโลเมตร แต่รอยเลื่อนอีกเศษ 3 ส่วน 4 มันอยู่ใกล้ประเทศไทยเพียง 300-400 โลก ดังนั้นถ้าเกิดสึนามิขึ้นไม่ว่าจะกี่ริกเตอร์ ประเทศไทยจะได้รับความเสียหายมากกว่าครั้งที่แล้วแน่นอน"

ถามว่าจังหวัดไหนบ้างที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด ดร.สมิทธ กล่าวว่า คงไม่พ้น 6 จังหวัดที่โดนสึนามิครั้งที่แล้วถล่ม

"ที่น่ากลัวที่สุดก็ไล่ไปตั้งแต่ จ.ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง และสตูล และเรื่อยลงไปอีกซึ่งมันจะกินพื้นที่มากๆ อย่างไรก็ดี สิ่งที่ผมกล่าวมาทั้งหมดปัจจัยหลักก็ต้องดูจุดเกิดสึนามิที่แน่นอนอีกที ซึ่งไม่มีใครพยากรณ์ได้ตรงเป๊ะๆ แต่รวมๆ แล้ว 6 จังหวัดที่ว่าโดนผลกระทบมหาศาลมากๆ ถ้าไม่เฝ้าระวัง ซึ่งเรื่องนี้ในการประชุมเรื่องสึนามิที่ประเทศไทยเมื่อปีที่แล้วเราพูดกันเยอะ แต่ก็เขาก็ไม่ได้บอกชัดเรื่องเกี่ยวกับประเทศไทย ระบุแต่ถ้าเกิดสึนามิอีกครั้ง ตั้งแต่พม่าโดนหมด อย่างแผ่นดินไหวที่เฮติในครั้งนี้ บางคนก็พยากรณ์ว่าอีกนานจะเกิด 10-100 ปี แต่ผมเชื่อว่ามันพยากรณ์ไม่ได้ อยู่ๆ มันเกิดตูมขึ้นมา ภายใน 1-5 ปีนับจากนี้อาจไม่เกิดก็ได้ หรืออาจจะเกิดพรุ่งนี้ก็ได้ ไม่มีใครพยากรณ์ได้ ประเทศไทยก็เหมือนกัน แต่เราก็ทำได้แค่ระวังตัว"

สำหรับวิธีป้องกัน อดีตผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติกล่าวว่า ประเทศไทยก็ต้องมีระบบเตือนภัยที่ดี ซึ่งอาจจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา ซึ่งเห็นคนในพื้นที่บอกว่า ทุ่นเตือนภัยก็แบตฯ หมด หอเตือนภัยก็ใช้การได้ไม่หมด ทั้งนี้ ตนคงพูดอะไรไม่ได้มาก เพราะโดนรัฐฟ้องอยู่ข้อหาหมิ่นประมาท

"สิ่งที่ผมทำได้ก็คือ ปัจจุบันผมทำมูลนิธิเตือนภัย โดยไม่หวังกำไรทำงานคู่ขนานไปกับศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติของรัฐ โดยมูลนิธิเรามีหน้าที่เตือนภัยทำเหมือนกับศูนย์เตือนภัยพิบัติทุกๆ อย่าง โดยเรามีเครือข่ายจากลูกทุ่งเน็ตเวิร์คกระจายเสียงทั้งหมด 81 สถานี ทั้งเอฟเอ็ม เอเอ็มทั่วประเทศที่จะติดตามความเหตุการณ์พร้อมกับเตือนภัยได้ 24 ชั่วโมง โดยมีสถานีวิทยุให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายสนุนคาใช้จ่าย"

สุดท้าย ดร.สมิทธ ฝากไปถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยว่า มูลนิธิจะพยายามเตือนให้ทราบล่วงหน้าว่า ภัยธรรมชาติชนิดไหนจะเกิดขึ้นที่ไหน เราจะทำให้ดีที่สุดขอให้ติดตามรับฟังเครือข่ายและสถานีวิทยุของเรา โดยสามารถสอบถามและแจ้งเหตุได้ที่โทร.0-2888-2215 ได้ 24 ชั่วโมง

ด้านโหรชื่อดัง นายโสรัจจะ นวลอยู่ ฉายานอสตราดามุสเมืองไทย ผู้ที่เคยทำนายประเทศไทยจะเกิดสึนามิใหญ่ อีกทั้งยังฟันธงอีกว่า กลางปีนี้ประเทศไทยจะมีสึนามิอีกครั้ง กล่าวว่า

"ตามดวงดาวจริงแล้วมีเกณฑ์กลางปีนี้ 100% ซึ่งผมดูจากดวงดาวแล้ว กลางปีนี้ค่อนข้างจะน่าเป็นห่วงมากๆ เพราะว่าดาวที่สำคัญอย่าง ดาวเสาร์ อยู่ในภพอริของดวงเมือง อีกทั้งราหูมาอยู่ในภพที่ 9 ซึ่งตรงนี้มีผล มากๆ คือดาวสองดวงนี้ทำมุมกัน แล้วดาวพฤหัสก็เกี่ยวกับน้ำ พฤหัสอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ค่อยดี อย่างไรก็ดี ผมก็คิดว่าเป็นไปได้ว่าประเทศไทยมีโอกาสใกล้เคียงจะเกิดทั้งแผ่นดินไหวแล้วก็เกิดสึนามิด้วย โดยเฉพาะชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมชายฝั่ง หรือแถบอันดามันตั้งแต่ระนองลงไปอันตรายมากๆ"

เมื่อถามถึงวิธีป้องกัน โหรชื่อดังกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ยากมากๆ เพราะว่ามันเป็นกฏแห่งดวงดาว ที่มาบรรจบกับภัยธรรมชาติ

"สิ่งที่เตือนได้นอกจากการทำบุญแล้ว ผมอยากให้ภาครัฐใส่ใจตรวจสอบเครื่องเตือนภัยต่างๆ ให้สมบูรณ์แบบ ส่วนประชาชนก็ต้องคอยระมัดระวังฟังศูนย์เตือนภัย ซึ่งอาจจะทำให้เหตุการณ์ที่หนักหนาสาหัสในกลางปีนี้ทุเลาลงไปได้" นายโสรัจจะกล่าว.

ที่มา นสพ.ไทยรัฐ
18 มกราคม 2553

 

สมิทธ ธรรมสโรช
ทำนาย "สึนามิ" ที่ถูกเมิน

จำเลยของโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ "สึนามิ" ที่ถล่มชายทะเลใต้ฝั่งอันดามัน คร่าชีวิตผู้คนมโหฬาร สร้างความเสียหายใหญ่หลวงในทุกด้าน ครั้งนี้ คือ "การเตือนภัย"

 "ไม่มีใครรู้มาก่อน" ซึ่งมาพร้อมกับคำว่า "อย่าไปโทษใคร"

จริงหรือที่ว่าไม่มีใครรู้  จากการประมวลจากข่าวทั้งหมด เมื่อเกิดแผ่นดินไหวในทะเล ใกล้เกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย เช้าวันที่ 26 ธันวาคม 2547

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของศูนย์วัดแผ่นดินไหว แคนเบอร์รา ออสเตรเลีย ได้สัญญาณจากเครื่องวัด ที่เขาติดไว้ที่บ้าน ตรวจสอบแล้วประเมินว่า อาจจะเกิด "สึนามิ"

ภายใน 30 นาที จากนั้น เขาได้ส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังรัฐบาลต่างๆ และสถานทูตออสเตรเลีย ทุกแห่งที่สัญญาณของเขาไปถึงได้

ทว่ารัฐบาลไทยของเรา หรืออีกหลายประเทศ คงไม่มีเครื่องมือรับสัญญาณนี้

ไม่มี เพราะ "สึนามิ" ไม่เคยอยู่ในความกังวลของหน่วยงาน

ที่ไม่กังวล เพราะเราไม่เพียงไม่เชื่อว่าแผ่นดินไทย จะเกิดคลื่น "สึนามิ" เรายังต่อต้านคนที่เชื่อ

"สมิธ ธรรมสโรช" คือ คนที่ในวันนี้ เราเสียดายความเชื่อของเขาเมื่อ 6 ปีก่อน

กลางดึกวันที่ 17 กรกฎาคตม 2541 เกิดแผ่นดินไหวนอกชายฝั่งปาปัวนิวกินี ส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์ "สึนามิ" 3 ลูกซ้อน ถล่มชายฝั่ง กวาดบ้านเรือนและชีวิตผู้คนไป 4,000 คน

วันที่ 12 สิงหาคม 2541 นายสมิทธ ธรรมสโรช ตอนนั้นย้ายจากอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา มาเป็นรองปลัดกระทรวงคมนาคมแล้ว ได้ออกประกาศเตือนว่า ให้คนไทยระวัง "สึนามิ" โดยเฉพาะชายฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งจะมีความรุนแรงมากกว่าปาปัวนิวกินี้ เป็น 100 เท่า

ไม่เพียงระบุช่วงเวลาไว้ด้วยซ้ำว่า อาจจะเกิดขึ้นระหว่าง ปี 2537 - 2547 แต่ยังแนะวิธีปฏิบัติ ไว้เรียบร้อย เรียกว่าข้อบัญญัติบรรเทาสาธารณภัย 10 ประการ คือ

1. สังเกตปรากฏการณ์ของชายฝั่ง หากน้ำทะเลลดระดับลงมาก หลังเกิดแผ่นดินไหว ให้สันนิษฐานว่า อาจเกิดคลื่นสึนามิตามมาได้ ให้รีบอพยพคนในครอบครัว สัตว์เลี้ยง ให้อยู่ห่างจากชายฝั่งมากๆ และอยู่ในที่ดอนหรือที่สูง น้ำท่วมไม่ถึง

2. ถ้าอยู่ในเรือซึ่งจอดอยู่ที่ท่าเรือหรืออ่าว ให้รีบนำเรือออกไปกลางทะเล เมื่อทราบว่า จะเกิดคลื่นสึนามิพัดเข้าหา เพราะคลื่นสึนามิที่อยู่ไกลชายฝั่งมากๆ จะมีขนาดเล็ก

3. คลื่นสึนามิอาจเกิดขึ้นได้หลายระลอก จากการเกิดแผ่นดินไหวครั้งเดียว เนื่องจากการแกว่งไปแกว่งของน้ำทะเล ดังนั้น ควรรอสักระยะหนึ่ง จึงจะสามารถลงไปชายหาดได้

4. ติดตามการเสนอข่าวอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

5. ในบริเวณย่านที่มีความเสี่ยงภัยที่จะเจอคลื่นสึนามิ หากที่พักอาศัยอยู่ใกล้ชายหาด ควรจัดทำเขื่อน กำแพง ปลูกต้นไม้ วางวัสดุ เพื่อลดแรงปะทะของน้ำทะเล และก่อสร้างที่พักอาศัย ให้มั่นคงแข็งแรง

6. วางแผนในการฝึกซ้อมรับภัยจากคลื่นสึนามิ เช่น กำหนดสถานที่ในการอพยพ แหล่งสะสมน้ำสะอาด เป็นต้น

7. ในย่านที่มีความเสี่ยงภัยที่จะเจอคลื่นสึนามิ ให้หลีกเลี่ยงการก่อสร้างใกล้ชายฝั่ง

8. จัดวางผังเมืองให้เหมาะสม บริเวณแหล่งที่อาศัย ควรมีระยะห่างจากฝั่ง

9. ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่ประชาชน ในเรื่องการป้องกันและบรรเทาภัย จากคลื่นสึนามิ และแผ่นดินไหว

10. วางแผนล่วงหน้า หากเกิดสถานการณ์ขึ้นจริง ในเรื่องการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง กำหนดขั้นตอนในด้านการช่วยเหลือบรรเทาภัย ด้านสาธารณสุข การรื้อถอน และฟื้นฟูสิ่งก่อสร้าง

ทว่าทันทีที่คำเตือนนั้นออกมา กลับถูกทุกฝ่ายมองว่า เป็นเรื่องตลก

ในแวดวงธุรกิจท่องเที่ยว ด่ากันขรม ว่าเป็นพวกทำลายการท่องเที่ยว ถึงขนาดเรียกร้อง ให้จัดการกับนายสมิทธ

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตขณะนั้น ห้ามนายสมิทธ เข้าจังหวัด

กระทั่งกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเขาเคยเป็นอธิบดี ยังออกมาแถลงโต้ ว่าไม่เคยพบสัญญาณที่จะเกิด "สึนามิ" ที่ชายฝั่งอันดามัน

แถมกระทรวงมหาดไทยยังอวดโอ้ว่า มีแผนรับเหตุการณ์ มาตั้งแต่ปี 2536

"สมิทธ ธรรมสโรช" ถูกตราหน้าว่าทำรายได้จากการท่องเที่ยว เสียหาย

แล้วมหันตภัย "สึนามิ" ก็เกิดขึ้นจริงตามคำทำนาย สร้างความโศกสลดไปทั่วทั้งแผ่นดิน

หากลองย้อนกลับไป รัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐขณะนั้น สร้างระบบป้องกันตามข้อบัญญัติ 10 ประการที่ว่ามา

ผู้คนจะบาดเจ็บ ล้มตาย ทรัพย์สิน จะเสียหายกันมากมายขนาดนี้หรือ

ที่สำคัญเราจะเผชิญกับ "มหันตภัย" โดยไร้ความรู้ในทุกด้านอย่างที่เผชิญกันหรือ

การ์ตอง

(ที่มา มติชนรายวัน ประจำวันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม 2548)

Custom Search

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม