Custom Search

อิสลามในประเทศไทย

เขียนโดย อ.อาลี เสือสมิง

ศาสนาอิสลามที่ท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ศาสดาท่านสุดท้าย ได้รับวิวรณ์ (อัลวะฮฺยุ) จากเอกองค์พระผู้เป็นเจ้า ให้นำมาประกาศแก่มวลมนุษย์ชาติ ในยุคสุดท้ายก่อนวันโลกาวินาศ มีบ่อเกิด ณ นครมักกะห์ ในดินแดนตะวันออกกลาง บริเวณคาบสมุทรอาหรับ (ปัจจุบันคือเมืองสำคัญ ในราชอาณาจักรซาอุดิอาราเบีย)

ณ นครมักกะห์แห่งนี้ ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ได้ถือกำเนิด โดยกำพร้าบิดา เมื่อปี ค.ศ.๕๗๐ (พ.ศ.๑๑๑๓-๑๑๑๔) และได้เริ่มประกาศศาสนา เมื่ออายุได้ ๔๐ ปี (ค.ศ.๖๑๐) ใช้เวลาในการประกาศศาสนา ในนครแห่งนี้ ราว ๑๓ ปี ครั้นต่อมาในปี ค.ศ.๖๖๒ ท่านและสาวกที่ศรัทธา ได้อพยพเข้าสู่นครมะดีนะห์

สถาปนาและแพร่คำสอนอยู่อีกราว ๑๐ ปี ด้วยกัน ท่านได้ถึงแก่ชีวิต ณ นครมะดีนะห์ เมื่ออายุได้ ๖๓ ปี (ฮ.ศ.ที่๑๑/ค.ศ.๖๓๒) อนึ่งในปีที่ท่านศาสดาและสาวก ได้อพยพสู่นครมะดีนะห์นั้น ถือเป็นปีที่ ๑ แห่งการนับศักราชของชาวมุสลิม เรียกว่า “ฮิจเราะห์ศักราช” (ฮิจเราะห์ หมายถึง การอพยพ) ดังนั้น การนับอายุของศาสนาอิสลาม จวบจนบัดนี้ ( พ.ศ. 2553 ) ว่ามีอายุ ๑๔๓๒ ปี จึงมิได้หมายรวมถึง อายุของการประกาศศาสนา ตั้งแต่แรกเริ่มในนครมักกะห์ หากแต่เริ่มนับศักราช โดยถือเอาเหตุการณ์การอพยพ ของท่านศาสดา สู่นครมะดีนะห์ เป็นสำคัญ

สำหรับการแผ่ขยายศาสนาอิสลาม สู่ดินแดนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อุษาคเนย์ ) มีเส้นทางสำคัญ 2 เส้นทาง คือ

1 ) ทางทะเล จากคาบสมุทรอารเบียตอนใต้ ผ่านมหาสมุทรอินเดีย เข้าสู่หมู่เกาะสุมาตรา และชวา ตลอดจนเมืองท่าสำคัญ ในแหลมมลายู ซึ่งเป็นภาคใต้ของสยามประเทศ

2 ) ทางบก จากดินแดนตะวันออก ของรัฐอิสลาม ซึ่งมีพรมแดนจดประเทศจีนในเมืองคัชฺการ์ แคว้นซินเกียง ตามเส้นทางแพรไหมเดิม เข้าสู่ประเทศจีน และแผ่ขยายสู่ดินแดนตะวันออกเฉียงใต้ของจีน แถบมณฑลเสฉวน ยูนนาน กวางสี และกวางตุ้ง ตามลำดับ ซึ่งดินแดนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของจีนนี้ เชื่อกันว่า เป็นแหล่งกำเนิดของชนชาติไทย และเป็นที่ตั้งของอาณาจักรน่านเจ้า อันเป็นอาณาจักรแรกของคนไทย ก่อนการเคลื่อนย้ายลงมายังสุวรรณภูมิ จึงขอกล่าวถึงศาสนาอิสลาม ในอาณาจักรน่านเจ้า เป็นลำดับแรก

ศาสนาอิสลามในน่านเจ้า

อาณาจักรน่านเจ้ามีอาณาเขตกว้างขวาง คือเขตมณฑลยูนนานทั้งหมด รวมแคว้นสิบสองปันนาด้วย กล่าวคือ ทิศเหนือจดมณฑลเสฉวน ทิศใต้จดพม่า ญวณ ทิศตะวันออกจดดินแดนไกวเจา กวางสี ตังเกี๋ย ทิศตะวันตกจดพม่า ธิเบต มีกษัตริย์ปกครองต่อมาอีกหลายองค์ และมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับจีนมาก จนกระทั่งถูกกองทัพมองโกล ยกมาย่ำยี

อาณาจักรน่านเจ้าถูกทำลายสิ้น ในปี พ.ศ. ๑๗๙๗ ชาวไทยน่านเจ้า อพยพหนีภัย ลงมาทางใต้ก็มีมาก และที่ตกอยู่ในอำนาจของพวกมองโกล แห่งกุบไลข่าน ก็มิใช่น้อย อาณาจักรน่านเจ้าของไทย ก็สูญชื่อตั้งแต่บัดนั้น (ทองใบ แตงน้อย “แผนที่ภูมิศาสตร์” ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย (พิมพ์ ครั้งที่ ๓๑ : ๒๕๓๖)

เชื่อกันว่า ก่อนที่คนไต หรือคนไทย จะเสียอาณาจักรน่านเจ้า (หรือแคว้นยูนนาน แก่พระจักรพรรดิมองโกล คือ พระเจ้าซีโจ้ว หรือ กุบไลข่าน สมัยราชวงศ์หงวน หรือ หยวน (พ.ศ. ๑๘๐๓ –๑๙๑๑) นั้น ศาสนาอิสลามน่าจะได้แพร่หลาย ในอาณาจักรน่านเจ้าแล้ว (ดิเรก กุลสิริสวัสดิ์ ; ความสัมพันธ์ของมุสลิมฯ พิมพ์ครั้งที่ ๔ (๒๕๔๕) (สำนักพิมพ์มติชน) หน้า ๗)

ปีที่อาณาจักรน่านเจ้า ถูกมองโกลรุกราน และทำลายสิ้นนั้น คือราวปีพ.ศ. ๑๗๙๗ (ค.ศ. ๑๒๕๔) แต่ปีที่พระเจ้าซีโจ้ว หรือกุบไลข่านขึ้นครองราชย์ และตั้งราชวงศ์หยวนในจีนนั้น ราว พ.ศ. ๑๘๐๒ – ๑๘๐๓ / ค.ศ. ๑๒๖๐ แสดงว่าอาณาจักรน่านเจ้า ถูกมองโกลทำลาย นับตั้งแต่ก่อนการสถาปนาราชวงศ์หยวน ในจีน โดยจักรพรรดิกุบไลข่าน หรือพระเจ้าซีโจ้ว กล่าวคือน่าจะตรง กับช่วงปลายรัชสมัยจักรพรรดิมองโก้ ข่าน (ราว พ.ศ. ๑๗๙๔ / ค.ศ. ๑๒๕๑)

ศาสนาอิสลาม น่าจะเข้าสู่อาณาเขตของน่านเจ้า นับตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ้อง (ส้ง) (พ.ศ. ๑๕๐๓ – ๑๘๒๓ / ค.ศ. ๙๖๐ – ๑๒๗๙) จากเมืองกวางโจว ซึ่งในสมัยราชวงศ์ซ้อง เมืองกวางโจว ถือเป็นศูนย์กลางประชาคมมุสลิม ที่หนาแน่นที่สุดเมืองหนึ่งในจีน (ฮุซัยน์ มุอันนิส (อัลอิสลาม อัลฟาติฮ์) ค.ศ. ๑๙๘๗ หน้า ๖๙) ผลจากการเผยแผ่ศาสนาอิสลาม ที่ได้รับการตอบรับจากพลเมืองในประเทศจีน ช่วงรัชสมัยราชวงศ์ซ้อง ทำให้ในอาณาจักรนางเจียว หรือน่านเจ้า ส่วนมากของชาวเมือง หรือคนไต ล้วนเป็นมุสลิม (Islam in China p.9) ในนครหลวงตาลีฟู หรือหนองแส หรือม่งเส ซึ่งพระเจ้าโก๊ะล่อฝง ทรงสร้างราว พ.ศ. ๑๓๐๐ (ค.ศ. ๗๕๗) จนได้เสียแก่พระจักรพรรดิกุบไลข่านนั้น ปรากฏว่ามีพลเมืองส่วนมากเป็นมุสลิม (Islam in China p.124)

ในขณะที่พระจักรพรรดิกุบไลข่าน ขึ้นครองราชย์นั้น (ค.ศ. ๑๒๕๙) พระองค์ได้ทรงแต่งตั้งท่านมุฮำหมัดซัมซุดดีน ซึ่งเป็นชาวมุสลิม จากเมืองบุคอรอ และรู้จักกันในนาม “อัซซัยยิด อัลอะญัล” (นายใหญ่) ให้เป็นผู้ดูแลการคลัง ของจักรวรรดิมองโกล ต่อมาในภายหลัง ท่านได้เป็นผู้ว่าการมณฑลยูนนาน (ฮุซัยน์ มุอันนิส “อัลอิสลาม อัลฟาติฮ์” (๑๙๘๗) หน้า ๗๐) (ซึ่งเป็นอาณาเขตเดิม ของอาณาจักรน่านเจ้า ในปี ฮ.ศ. ๖๗๑ / ค.ศ. ๑๒๗๒ / พ.ศ. ๑๘๑๕)

มาร์โคโปโล นักท่องโลกชาวอิตาเลียน (เวนิส) ซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ในจีนระหว่างปี ค.ศ. ๑๒๗๕ – ๑๒๙๒ / พ.ศ. ๑๘๑๘ – ๑๘๓๕ ได้ยืนยันว่า มีจำนวนพลเมืองมุสลิม เป็นจำนวนมาก อาศัยอยู่ในมณฑลยูนนาน และนักเดินทางอีกผู้หนึ่ง (มิได้ระบุชื่อ) ก็ได้เคยเยือนจีนในเวลาเดียวกัน และยืนยันว่า ประชาชนในเมืองตาลีฟู (อดีตราชธานีของน่านเจ้า) ทั้งหมด เป็นชาวมุสลิม (อ้างแล้ว หน้า ๖๘)

แสดงว่าคนไตแต่ก่อนนั้น เป็นชาวหุยหุยเจี่ยว หรือ ฮ่วยฮ่วยก่า จำนวนไม่น้อย แม้จนกระทั่งบัดนี้ พวกน่านเจ้า หรือยูนนาน ซึ่งเราเรียกว่า ฮ่อ นั่น ก็เป็นมุสลิม และฮ่อนั้น ที่จริงก็เป็นชาติไทย มิใช่จีน (พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา ภาคต้น หน้า ๕๐) หรือไทยเดิมที่ตกค้างอยู่ในจีน เราเรียกว่า ฮ่อ นี่เอง (พงศาวดารไทยใหญ่ เล่ม ๑ หน้า ก.)

ท่านกาญจนาคพันธ์ (สง่า กาญจนาคพันธ์ หรือ ขุนวิจิตรมาตรา) อธิบายใน “คอคิดขอเขียน” ตอนหนึ่งว่า “ทางเหนือเปอร์เซีย เป็นทะเลสาบแคสเปียน แถวนั้นเป็นดินแดนที่เรียกกันว่า ตุรกีสถาน เป็นที่อยู่ของพวกเร่ร่อน ซึ่งแตกแขนงมาจากภูเขาอาลไต (อัลไต) หลายต่อหลายพวก ล้วนเป็นวงศ์วาน เครือเดียวกัน พวกใหญ่ที่อยู่แถวตุรกีสถาน เรียกอย่างฝรั่งว่า “เตอร์ก” จีนเรียก “เขียก” (คือ คำที่ไทยเรียก “แขก”) ในชั้นหลังเรียกหุ้ยหุย ไทยก็เห็นจะเรียก หุ้ยหุย

หุ้ยหุยเพศนี้ห่อน ใครเห็น
สฤษดิรูปราวเฉกเฉลย เล่าไว้
ประเทศที่อยู่กระเด็น แดนจรด จีนพ่อ
แขกใช่แขกไซ้ชั้น เสพย์หมู

(วิทยาสาร ปีที่ ๑๐ ฉบับที่ ๑๒ หน้า ๑๘)

คำว่าหุ้ยหุยนี้ แปลว่า “การกลับมายังจุดเริ่มต้น” และหมายถึงผู้นับถือศาสนาอิสลาม คือผู้นอบน้อมตนเอง ยังพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า เพื่อใฝ่สันติ หมายถึง ความสงบ สันติภาพ ในหนังสือ Islam in China มีบทหนึ่ง The Title “Hui Hui” อธิบายความหมายของเรื่องนี้ โดยละเอียดว่า เป็นพวกจีนมุสลิม (Islam in China p.176-177, ดิเรก กุลสิริสวัสดิ์ “ความสัมพันธ์ของมุสลิม” (๒๕๔๕) หน้า ๘)

http://www.alisuasaming.com

หน้า   1  2  3  4  5  6  7  8

ความเป็นมาของอิสลามในประเทศไทย



กลับหน้าหลัก

กุมภาพันธ์ 4. 2013


ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

ฟรี สถิติเว็บไซต์