ซะกาต ฟิตร์ เป็นวาญิบ สำหรับมุสลิม (ท่านเตรียมการรึยัง)

รอมฏอนปี 2553 ถึงวันนี้ก็เป็นวันที่ 27 แล้ว (มุสลิมไทยส่วนมาก ตามผู้นำไทย:จุฬาฯ) และเป็นวันที่ 28 สำหรับผู้ตามการประกาศ ของผู้นำต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม จะ 27 หรือ 28 ก็เป็นเดือนรอมฏอนเช่นกัน

สำหรับในประเทศไทยปีนี้ ทุกภาคส่วนมีความสุขกับเดือนรอมฏอน

สำหรับใกล้ๆ สิ้นรอมฏอน กระแสการจ่ายซะกาต ฟิตร์ ก็ร้อนแรงขึ้น ซึ่งสำหรับกรุงเทพฯ ทุกมัสยิด จะมีการจำหน่าย ข้าวสารฟิตเราะห์ กันแทบทุกมัสยิด แต่ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้น สำหรับคนเมืองกรุง คือซื้อแล้ว ไม่ทราบจะเอาไปให้ใคร

อีหม่ามมัสยิดต่างๆ ให้คำแนะนำว่า หากซื้อที่มัสยิด ก็สามารถเนี้ยต และฝากไว้กับมัสยิดนั้นๆ เลย ซึ่งจะมีการรวบรวม นำไปบริจาคให้กับผู้มีสิทธิที่จะได้รับต่อไป

รายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับซะกาต ฟิตร์ (อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์คณะกรรมการ กรุงเทพฯ)

زكاة الفطر

ซะกาต ฟิตร์

ซะกาตฟิตร์ คืออาหารจำนวนหนึ่ง ที่มุสลิมจำเป็นต้องจ่าย แก่ผู้ยากไร้ เพื่อชำระตนเอง ให้สะอาด และเพื่อชดเชย ข้อบกพร่องต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ในระหว่างการถือศีลอด เช่น คำพูดที่ไร้สาระ และคำพูดหยาบคาย เป็นต้น

ท่านอิบนุอับบาส (ร.ด.) ได้กล่าวว่า

 (( فَرَضَ رسولُ اللهِ صلى اللهُ عليه وسلم زكاةَ الفِطْرِ طُهْرَةً ِللصائِمِ مِنَ اللَّغْوِ والرَّفَثِ وَطُعْمَةً ِللْمَسَاكِيْنِ ))

 رواه أبوداود

“ท่านรอซูลุ้ลเลาะห์ (ซ.ล.) ได้กำหนดซะกาตฟิตร์ เพื่อชำระผู้ถือศีลอด ให้สะอาดจากคำพูดที่ไร้สาระ และหยาบคาย และเพื่อเป็นอาหารแก่คนยากไร้” (รายงานโดยอะบูดาวูด)

คุณประโยชน์ในการบัญญัติซะกาต ฟิตร์

ซะกาตฟิตร์ ถูกบัญญัติในปีฮิจเราะห์ศักราชที่สอง ในเดือนรอมาดอน เช่นเดียวกับการถือศีลอด และจากฮะดีษที่ผ่านมา ชี้ชัดว่า เคล็ดลับการกำหนดซะกาตฟิตร์ ก็คือสนองความต้องการ ของผู้ยากไร้ และขัดสน ให้ได้มีอาหารไว้รับประทาน อย่างสมบูรณ์ และเพื่อสร้างความปีติยินดี แก่พวกเขา จนไม่เกิดความรู้สึกขื่นขม  และโดดเดี่ยวในความยากจน และขัดสน ในช่วงเวลาที่มุสลิมทุกคน ต่างก็แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม มีอาหารการกิน อย่างอิ่มหนำสำราญ เนื่องในการเฉลิมฉลองวันอีด ซึ่งมีอยู่ในความหมาย ของการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และอาทรต่อกัน ของมวลมุสลิม นั่นเอง และการจ่ายซะกาตฟิตร์ ยังเป็นการนำตน ให้เข้าใกล้ชิดอัลเลาะห์ ตาอาลา อีกด้วย และเป็นการขจัดความผิดต่างๆ ที่ผู้ถือศีลอด อาจกระทำขึ้น ขณะถือศีลอด เพราะผลของความดีนั้น ย่อมลบล้างความชั่วออกไปได้

ท่านวะเกียะอ์ ได้กล่าวว่า ซะกาตฟิตร์สำหรับเดือนรอมาดอน ก็เหมือนกับสุหยูดซะห์วีย์ ในละหมาด ซะกาตฟิตร์ จะชดเชยความบกพร่อง ของการถือศีลอด เช่นเดียวกับสุหยูดซะห์วีย์ ก็จะชดเชยความบกพร่อง ของละหมาด

ท่านรอซูลุ้ลเลาะห์ (ซ.ล.) กล่าวว่า

(( وَاتَّبِعِ السَّيِّئَةَ الْحَسَنَةَ تَمْحُهَا ))

“ท่านจงทำความดี ติดตามความชั่วเถิด เพราะความดี สามารถลบล้างความชั่วได้” รายงานโดยอะห์มัด และติรมิซี

เงื่อนไขที่ทำให้จำเป็นต้องจ่ายซะกาตฟิตร์

เงื่อนไขที่ทำให้จำเป็นต้องจ่ายซะกาตฟิตร์ คือ เป็นเสรีชน นับถือศาสนาอิสลาม มีทรัพย์ที่เกินความต้องการ ของตน และคนที่ตนจำเป็นต้องจ่ายค่าเลี้ยงดู ในวันอีดและคืนหลังวันอีด และมีชีวิตอยู่ทัน ได้พบกับส่วนหนึ่ง ของเดือนรอมาดอน และส่วนหนึ่งของเดือนเซาวาล

ดังนั้น ทาสจึงไม่จำเป็นต้องจ่ายซะกาตฟิตร์ เพราะทาสไม่มีทรัพย์เป็นของตนเอง แต่เจ้าของทาส จะต้องจ่ายซะกาต แทนทาสของตน และคนขัดสน ที่ไม่มีทรัพย์ เหลือพอเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับตนเอง และคนในครอบครัว ในวันอีด

และคืนหลังวันอีด ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายซะกาตฟิตรสำหรับ คนที่เสียชีวิต ก่อนตะวันตก ในวันสุดท้าย ของเดือนรอมาดอน และทารกที่คลอดภายหลังตะวันตก ในวันสุดท้าย ของเดือนรอมาดอน ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายซะกาตฟิตร์ เช่นเดียวกัน เพราะขาดเงื่อนไข

หลักฐานที่ยืนยันว่าซะกาตฟิตร์เป็นวาญิบ

หลักฐานที่ยืนยันว่า ซะกาตฟิตร์เป็นวาญิบ คือ หะดีษที่รายงานจากอิบนุอุมัร (ร.ด.) ว่า

فَرَضَ رسولُ اللهِ  صلى الله عليه وسلم زَكَاةَ الْفِطْرِ مِنْ رمضانَ صَاعًا مِنْ تَمْرٍ أَوْ صَاعًا مِنْ شَعِيْرٍ عَلَى كُلِّ حُرٍّ أَوْعَبْدٍ ذَكَرٍ أَوْ أُنْثَى مِنَ الْمُسْلِمِيْنَ

“ท่านรอซูลุ้ลเลาะห์ (ซ.ล.) ได้กำหนดซะกาตฟิตร์ ของเดือนรอมาดอนไว้ จำนวน หนึ่งซออ์ จากผลอินทผลัม หรือหนึ่งซออ์จากข้าวสาลี เหนือทุกคนที่เป็นเสรีชน หรือเป็นทาส เป็นเพศชาย หรือเพศหญิง ที่เป็นมุสลิม”

ปริมาณที่ต้องจ่ายเป็นซะกาตฟิตร์

ปริมาณที่แต่ละคนจำเป็นต้องจ่าย เป็นซะกาตฟิตร์ คือหนึ่งซออ์ จากอาหารที่ชาวเมือง ที่ผู้จ่ายซะกาต หรือผู้ที่ถูกจ่ายซะกาตแทนให้ อาศัยอยู่ ส่วนใหญ่ใช้เป็นอาหารหลัก เช่น ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาร ถั่วหรือแป้ง และถ้าหากจะจ่ายอาหาร ที่ไม่ใช่เป็นอาหารหลัก ของคนส่วนใหญ่ แต่เป็นอาหาร ที่มีคุณภาพดีกว่า ก็ถือว่าใช้ได้

ตามมัซฮับซาฟิอีจะออกราคาอาหาร (คือออกเงินที่มีมูลค่าเท่ากับอาหาร) แทนอาหารหนักไม่ได้ แต่จำเป็นต้องออกอาหารหนัก ที่นิยมกันเป็นส่วนใหญ่ ในประเทศนั้น

มัซฮับฮะนาฟี อนุญาตให้ออกราคาอาหาร (คือออกเงินที่มีมูลค่าเท่ากับอาหาร) แทนการออกอาหารได้ ด้วยเหตุผลที่ว่าราคาย่อมเป็นประโยชน์แก่คนยากจนมากกว่าอาหาร และเข้าถึงเป้าหมายได้มากกว่า และไม่มีข้อห้ามถ้าจะตาม(ตักลีด)มัซฮับนี้

ถ้าหากผู้ที่ออกซะกาตให้ เช่น พ่อหรือสามี อยู่เมืองหนึ่ง และ ผู้ที่ถูกออกแทนให้ เช่น ลูกหรือภรรยา อยู่อีกเมืองหนึ่ง ให้พิจารณาอาหารหลัก ในเมืองของผู้ที่ถูกออกแทนให้ เป็นเกณฑ์ และต้องจ่ายซะกาตฟิตร์ ในเมืองของผู้ที่ถูกออกแทนให้    ทั้งนี้ เพื่อรักษาความรู้สึก ของคนยากจน ในเมืองนั้น

สำหรับหนึ่งซออ์นั้น มีน้ำหนักประมาณสองกิโลกรัมสี่ขีดถึงแปดขีด

เวลาที่ต้องจ่ายซะกาตฟิตร์

อนุญาตให้จ่ายซะกาตฟิตร์ ตั้งแต่เข้าเดือนรอมาดอน แต่สุนัตให้จ่ายซะกาตฟิตร์ ให้แล้วเสร็จ ก่อนละหมาดอีดิ้ลฟิตร์  และ มักโรห์ (ไม่ควรกระทำ) ที่จะนำซะกาตฟิตร์ไปจ่าย หลังละหมาดอีด แต่ถ้าหากมีเหตุผล เช่น รอญาติใกล้ชิด หรือ เพื่อนบ้าน มารับซะกาตฟิตร์  ก็สุนัตให้จ่ายหลังละหมาดอีด ที่ดีนั้น ควรรีบจ่ายซะกาตฟิตร์  เพื่อคนยากจน จะได้นำไปเปลี่ยนเป็นอาหาร ในเดือนรอมาดอน และเพื่อมีเวลาพอ ที่จะแลกเปลี่ยน และจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็น สำหรับตนเองและลูกเมีย ได้ทาันในวันอีด

ถัดไป

หน้าหลัก

สิงหาคม 07, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม