การดำเนินการทางวินัยตาม
พ.ร.บ.ข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา พ.ศ.2547

          ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2547 ได้กำหนดให้การดำเนินการทางวินัย และการออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เบ็ดเสร็จอยู่ที่เขตพื้นที่การศึกษา ไม่ว่าจะเป็นวินัยร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง ไม่ต้องรายงานเข้ามายังส่วนกลางอีก โดยเมื่อรายงาน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาพิจารณาแล้ว ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ ยกเว้นบางกรณีเท่านั้น ที่จะต้องรายงานมายัง ก.ค.ศ. ได้แก่ กรณีที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแล้ว ทั้งผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน และคณะกรรมการสอบสวน เห็นว่าเป็นเรื่องไม่ร้ายแรง หรือไม่ต้องถึงออกจากราชการ โดยสั่งยุติเรื่องหรือลงโทษด้วยอำนาจของตนเอง หรือมิใช่เป็นการสั่งการตามมติ กรณีดังกล่าวกฎหมายบัญญัติให้ต้องรายงาน ก.ค.ศ. เพื่อตรวจสอบ

          กรณีวินัยไม่ร้ายแรง เมื่อผู้อำนวยการสถานศึกษาได้สอบสวน โดยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและพิจารณาสั่งลงโทษแล้ว ต้องรายงานการลงโทษนั้น ไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เมื่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิจารณาตามอำนาจหน้าที่แล้ว ก็ต้องรายงาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งกรณีที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้สั่งลงโทษหรือเป็นผู้ดำเนินการทางวินัยเอง และเมื่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา เห็นชอบกับการดำเนินการทางวินัย หรือ เห็นชอบกับการลงโทษแล้ว ก็เป็นอันสิ้นสุดการรายงานตามกระบวนการและขั้นตอนของกฎหมาย

          ในกรณีที่มีการสั่งลงโทษ ต้องแจ้งหรือส่งคำสั่งให้ผู้ถูกลงโทษทราบ พร้อมทั้งแจ้งสิทธิการอุทธรณ์ให้ผู้ถูกลงโทษทราบโดยเร็ว เพื่อให้ผู้ถูกลงโทษใช้สิทธิอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน หากไม่มีการแจ้ง สิทธิการอุทธรณ์จะขยายเป็น 1 ปี โดยปกติจะแจ้งสิทธิการอุทธรณ์ต่อท้ายคำสั่งลงโทษนั้นเอง การอุทธรณ์คำสั่งลงโทษวินัยไม่ร้ายแรง โดยหลักแล้วให้อุทธรณ์ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ในกรณีที่มีการอุทธรณ์ การพิจารณาอุทธรณ์ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ถือว่าเป็นการพิจารณารายงานการดำเนินการทางวินัยแล้ว จึงไม่ต้องรายงานการดำเนินการทางวินัยต่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาอีก

          สำหรับกรณีวินัยร้ายแรง เมื่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ หรือ ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไป ซึ่งได้รับรายงาน ได้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแล้ว เมื่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือคณะกรรมการสอบสวนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เห็นว่ากรณีเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ต้องเสนอ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาพิจารณา ยกเว้นตำแหน่งอธิการบดี ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตำแหน่งซึ่งมีวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ หรือตำแหน่งศาสตราจารย์ ต้องเสนอ อ.ก.ค.ศ.พิจารณา

          เมื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามีมติประการใด ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งไปตามนั้น และต้องแจ้งคำสั่งพร้อมทั้งแจ้งสิทธิการอุทธรณ์ ให้ผู้ถูกลงโทษทราบโดยเร็ว เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการและขั้นตอนการดำเนินการทางวินัยแล้วโดยไม่ต้องรายงาน ก.ค.ศ.

          จะเห็นได้ว่า การดำเนินการทางวินัยตามกฎหมายใหม่นี้ มีกระบวนการและระยะทางที่สั้นและรวดเร็ว ไม่ยืดเยื้อยาวไกลจนปวดหัวใจสำหรับใครบางคน ที่ต้องรอการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน จนพลาดโอกาสที่ดีของชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย เพราะรอความยุติธรรมนานเกินไป "ความยุติธรรมที่มาช้า ก็คือ ความอยุติธรรมนั่นเอง"

วงจันทร์ ชีวธาดาวิรุทน์
ผู้อำนวยการกลุ่มวินัยและนิติการ

หน้าหลัก

ธันวาคม 05, 2013



ฟรี สถิติเว็บไซต์


ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
E-mail : govee2011@hotmail.com หรือ www.facebook.com/hasem.piwdee