หน้าหลัก
อิสลามเบื้องต้น
รอมฏอนกะรีม
เกร็ดความรู้
บันได7ขั้น สู่สวรรค์ฟิรฺเดาซ
ศรัทธา
อัลกุรอาน
อัลหะดีส
หลักการอิสลาม
วันนี้ในอดีต
ไขข้อข้องใจ
คลังความรู้

มุมผู้ที่สนใจอิสลาม
ประวัติศาสตร์อิสลาม
ศัพท์เกี่ยวกับศาสนาอิสลาม
บอร์ดเพื่อการศึกษา
 

Custom Search

มวลชนแห่งหะดีษ
การเคลื่อนไหวเพื่อให้ชีวิตแก่สัจธรรม

โดย อัล อัค

การสร้างความกระจ่างแจ้ง ให้กับสัจธรรมในอิสลามนั้น คือการพิทักษ์สัจธรรมได้อย่างสมบูรณ์แบบ พื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการพิทักษ์นี้ก็คือ การที่แหล่งคำสอนแห่งสัจธรรมอิสลาม ยังดำรงอยู่อย่างบริสุทธิ์ในแบบดั้งเดิมตลอดมา ในทุกยุคทุกสมัย

ในอิสลามนั้นถือว่า อัลลอฮฺนั้นคือผู้พิทักษ์คำสอนเอาไว้ ดังปรากฏในอัล-กุรอาน ความว่า “แท้จริงเราได้ให้ข้อตักเตือนลงมา และแท้จริงเราเป็นผู้พิทักษ์รักษามัน อย่างแน่นอน” (สูเราะฮฺ อัล-หิจญฺ อายะฮฺที่ 9)

การรักษาของอัลลอฮฺผ่านกลุ่มชนแห่งสัจธรรม (อะหฺลุล หักกฺ) ซึ่งพวกเขาได้ร่วมกันทุ่มเท เพื่อพิทักษ์แหล่งที่มาของคำสอนอิสลามเอาไว้อย่างน่าอัศจรรย์

ขบวนการพิทักษ์สัจธรรม

การพิทักษ์แหล่งที่มาของคำสอนอิสลามที่สำคัญที่สุด คือ การพิทักษ์อัล-กุรอาน ด้วยการให้อัล-กุรอานยังคงความเที่ยงแท้เอาไว้ ตามที่มันได้ถูกประทานลงมา ความจริงแล้วความสมบูรณ์ของอัล-กุรอาน ได้เสร็จสิ้นไปแล้วในสมัยของท่านนบีมุฮัมมัด ทั้งในการบันทึก และปรากฏในความทรงจำของคนในยุคท่านนบีจำนวนมาก

ต่อมาในสมัยของอบู บักรฺ ได้สานต่อด้วยการพิทักษ์อัล-กุรอาน ให้ดำรงอยู่ในสภาพนี้ตลอดไป ดังนั้น เขาจึงได้รวบรวมเป็นรูปเล่ม (มุศหัฟ) และต่อมาได้ในสมัยของอุษมาน อิบนฺ อัฟฟาน ได้มีการทำสำเนาจ่ายแจกไปทั่วอาณาจักร ขณะเดียวกันได้ทำการพิทักษ์อัล-กุรอานอีก ด้านผ่าน‘การท่องจำ’ ควบคู่กันไป ด้วยการเปิดโรงเรียนท่องจำอัล-กุรอาน อย่างมากมาย อัล-กุรอานจึงถูกถ่ายทอดผ่านความทรงจำของมวลชนรุ่นต่อรุ่น ดังนั้น เป็นที่ยอมรับกันว่า วิธีการจดจำอัลกุรอาน แบบท่องจำ กลายเป็นวิธีการสำคัญอีกทางหนึ่ง ในการรักษาอัล- กุรอานเอาไว้ ตลอดระยะเวลาของประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

ด้วยเหตุนี้เอง ทั้งการคัดลอกสำเนาและการท่องจำ ได้ดำเนินผ่านศตวรรษแล้ว ศตวรรษเล่า ควบคู่กันไปทั่วทั้งอาณาจักรอิสลาม ทำให้อัล-กุรอานนั้น ได้รับการปกป้องจากการบิดเบือนเปลี่ยนแปลง อัล-กุรอานที่มุสลิมอ่านกันทุกวันนี้ เป็นอัล-กุรอานเล่มเดียวกัน และเหมือนกับที่ใช้อ่าน ตลอดพันกว่าปีที่ผ่านมา สำเนาอัล-กุรอานที่ถูกคัดลอก และกระจายไปทั่วทุกมุมโลก ตลอดพันปีที่ผ่านมา เป็นอัลกุรอานเล่มเดียวกัน ในอิสลามไม่มีประเด็นการถกเถียงกันว่าด้วย‘คัมภีร์ที่แท้จริง’

ปรากฏการณ์เช่นนี้ อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากได้เปรียบเทียบกับคัมภีร์โบราณอื่นๆ เราจะพบข้อแตกต่างเหล่านี้อย่างชัดเจน ความจริงเรื่องนี้ช่วยยึดเหนี่ยวมวลชนมุสลิม ให้มั่นคงกับสัจธรรมตลอดพันปีที่ผ่านมา

ชัยชนะของกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่ออิสลาม ในยุคแรก ที่สามารถร่วมกันพิทักษ์อัล-กุรอานเอาไว้ เป็นการยืนยันที่หนักแน่นว่า สัจธรรมยังคงอยู่ในสภาพบริสุทธิ์นี้ และยังยังเป็นการสร้างจุดยืนเริ่มต้นอีกว่า สัจธรรมต้องไม่อยู่ในตัวสื่อที่เป็นเท็จ ไม่อยู่ในเนื้อหาที่ถูกบิดเบือนไป

นี่เป็นลักษณะโดดเด่นของการพิสูจน์ความแท้จริง ของสัจธรรมตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

มวลชนแห่งหะดีษ

ไม่เพียงแต่อัล-กุรอานเท่านั้น ที่ถูกพิทักษ์เอาไว้ แต่ยังรวมถึงองค์ความรู้ที่รายล้อมอยู่รอบตัวท่านนบีมุฮัมมัด ผู้ที่รับสาส์นแห่งอัล-กุรอานอีกด้วย ไม่ว่าคำพูด พฤติกรรม วิธีคิด ทัศนคติของท่าน ได้รับการพิทักษ์รักษาไว้ในรูปแบบบริสุทธิ์ดั้งเดิมเช่นกัน

ความจริงวิถีชีวิตของท่านนบีมุฮัมมัดนั้นมีความสำคัญที่ไม่สามารถแยกออกจากอัล-กุรอานได้ เพราะมันคือการแสดงอัล-กุรอานในภาคชีวิตของ “คน” ตัวท่านนบีฯจึงถูกอธิบายว่าเป็น “อัล-กุรอานที่เคลื่อนไหวได้” เป็นบุคคลที่ทำให้อัล-กุรอานมีชีวิตขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง วิถีทางของท่านนบีฯนี้ เรียกว่า “อัล-สุนนะฮฺ”(วิถีทาง)

ท่านมุฮัมมัด อะซัด ได้กล่าวไว้ว่า“คำว่าอัล-สุนนะฮฺที่นำมาใช้ ณ ที่นี้นั้น มีความหมายกว้างขวางมาก มันหมายถึง แบบอย่างของศาสนทูต ผู้ซึ่งถูกส่งมายังเรา เป็นแบบอย่างที่ปรากฏ ทั้งในการกระทำของท่านและวจนะที่ท่านได้ให้ไว้ ชีวิตอันน่าอัศจรรย์ของท่านเป็นการให้ภาพที่มีชีวิตชีวา และถือว่าเป็นการอรรถาธิบายอัล-กุรอานอีกด้วย ฉะนั้น เราจะไม่อาจเข้าถึงความแท้จริงของอัล-กุรอานได้เลย เว้นแต่เราต้องปฏิบัติตามท่าน …”

ด้วยความสำคัญของอัล-สุนนะฮฺเช่นนี้เอง ทำให้งานวิชาการในการศึกษาอัล-สุนนะฮฺจึงปรากฏออกมาเรียกว่า วิชาหะดีษ ซึ่งเป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับคำพูด การกระทำ และสิ่งที่ท่านนบีฯ ยอมรับต่าง ๆ งานด้านนี้ปรากฏควบคู่กับการเผยแผ่อัล-กุรอานมาโดยตลอด

ภารกิจพิทักษ์หะดีษให้บริสุทธิ์นี้ มีขึ้นตั้งแต่ในช่วงที่ท่านนบี มีชีวิตอยู่ ท่านนบีฯ เริ่มต้นด้วยการไม่อนุญาตให้บันทึกถ้อยคำของท่าน อย่างเป็นทางการ ถึงแม้มีผู้บันทึก ด้วยการเขียนไว้บ้างก็กระทำเป็นการส่วนตัว วิธีเช่นนี้เป็นผลให้แบบอย่างของท่าน ไม่ว่าจะเป็นคำพูด และการกระทำของท่านถูกถ่ายทอดผ่านการความทรงจำเป็นหลัก ดังนั้น จากความจำของชนรุ่นแรก ได้ถ่ยทอดไปสู่ความจำของชนรุ่นต่อไป วิธีการผ่านความจำนี้ เป็นรากฐานให้สามารถนำไปฏิบัติได้ง่าย ฉะนั้น วิถีแห่งชีวิตของท่านนบีมุฮัมมัด จึงแพร่หลายในชีวิตผู้คนโดยทั่วไปอย่างรวดเร็ว

การกำหนดให้มีการท่องจำวิถีชีวิตท่านนบีมุฮัมมัด มาก่อนการบันทึก ด้วยการเขียนนี้ จึงมีผลดีอย่างที่สุด โดยไม่มีคาดคิดถึง และไม่เคยมีนักปฏิวัติ และนักปฏิรูปคนใดทำได้มาก่อน นั่นก็คือ ทำให้ชีวิตของท่านนบีมุฮัมมัด ได้รับการบันทึกในจิตใจผู้คนก่อนแผ่นกระดาษ และทำให้การบูรณาการชีวิต ด้วยการแปรเปลี่ยนสิ่งที่อยู่ในจิตใจ สู่พฤติกรรมเกิดขึ้นอย่างง่ายดาย และแพร่หลายในหมู่มุสลิมยุคแรก ๆ นั่นหมายความว่า อิสลามไม่ได้เป็นแค่ทฤษฎี แต่ยังปฏิบัติให้เห็นได้อย่างชัดเจน

วิธีการที่เป็นเอกลักษณ์นี้ ก่อให้เกิดการถ่ายทอดหะดีษรุ่นต่อรุ่นเช่นนี้ ทำให้เกิดสายรายงาน (อิสนาด) อ้างอิงคนรายงานระดับล่างขึ้นไป จนถึงเศาะหะบะฮฺที่ได้ฟัง หรือเล่าเรื่องราวของท่านนบี นั่นหมายความว่า หะดีษแต่ละบท จะปรากฏบุคคลที่เข้ามาอยู่ในสายรายงานหลายคน ความพิเศษของวิธีการถ่ายทอดนี้ ได้ก่อให้เกิดขบวนการของมวลชนยุคแรก ในเข้ามาร่วมรับรู้และถ่ายทอดหะดีษของท่านนบีฯ ทำให้งานหะดีษ กลายเป็นงานเชิงมวลชนทุกระดับที่แพร่หลาย และเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการฟื้นฟูอิสลาม

ต่อมาเคาะลีฟะฮฺอุมัร บิน อับดุล อะซีซ ได้สนับสนุนให้มีการบันทึกหะดีษ ดังนั้นท้ายที่สุดได้มีการจัดการบันทึก ‘แบบแห่งชีวิต’ ของท่านนบี โดยนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ คน ซึ่งการบันทึกนี้เริ่มกระทำกันแพร่หลาย ในศตวรรษที่สองและสามของอิสลาม อย่างไรก็ตาม การท่องจำก็ยังได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน

การใช้มวลชนเข้าถ่ายทอดคำพูด และการกระทำต่างๆของท่านนบี ทำให้แบบแห่งชีวิตของท่าน เป็นสิ่งที่ปรากฏอย่างชัดเจน ในชีวประวัติของท่าน ไม่เพียงแต่ไม่ปรากฏคำถามประเภท ท่านมีตัวตนจริงในโลกนี้หรือไม่? แต่มันยังสามารถตอบคำถาม ในรายละเอียดของชีวิตต่างๆ ของท่าน ด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล

กระบวนการหะดีษ มิใช่การเสนอข้อมูลทางวิชาการเดี่ยว ๆ แต่กำลังพูดถึงขบวนการเคลื่อนไหว ของผู้คนที่น่าอัศจรรย์ เราพบความจริงว่า เมื่อคำพูดเพียงคำพูดเดียวของท่านนบี หรือพฤติกรรมเพียงพฤติกรรมหนึ่งของท่าน ถูกเปิดเผยขึ้น ก็จะปรากฏผู้คนจำนวนหลายคน หลายรุ่น รายล้อมเป็นภูมิหลังให้เสมอ หมายความว่าหากเรานำหะดีษทั้งหมด มากล่าวถึง เราก็จะพบชีวิตของผู้คนจำนวนมหาศาลประกอบอยู่ ยิ่งกว่านั้นทุก ๆ คนที่เข้ามาร่วมกระบวนการถ่ายทอดหะดีษ จะได้รับการบันทึกประวัติเอาไว้ด้วย ชาวตะวันตกจำนวนมากที่เข้ามาเขียนชีวประวัติของท่านนบี อดแสดงความประหลาดใจในเรื่องนี้ไม่ได้ ดังที่ Dr.A. Springer ผู้อ้างว่าตนเป็นชาวตะวันตกคนแรก ที่เขียนชีวประวัติของท่านนบีมุฮัมมัด จากแหล่งอ้างอิง ดั้งเดิมในภาษาอาหรับ ได้แสดงความอัศจรรย์ใจ ต่อประวัติของมวลชนจำนวนมหาศาล ในยุคแรกที่เข้ามาทำหน้าที่ถ่ายทอดไว้ ในงานเขียนของเขา เขากล่าวว่า “..หากว่าบันทึกชีวิตของมุสลิมเหล่านี้ ถูกรวบรวมขึ้น เราอาจมีรายชื่อของบุคคลที่โดดเด่นถึงครึ่งล้าน..”

หากความเที่ยงแท้ของอัล-กุรอาน ที่ผ่านมาอยู่ในมือเราทุกวันนี้ โดยปราศจากการเปลี่ยนแปลงคือ มุอฺญิซาต (สิ่งมหัศจรรย์) การถ่ายทอดหะดีษมาถึงเรา ก็น่าพิศวงอย่างยิ่งเช่นกัน …

ถัดไป

หน้าหลัก




ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
E-mail : govee2011@hotmail.com หรือ www.facebook.com/hasem.piwdee

ฟรี สถิติเว็บไซต์

  เวลาละหมาดทั่วไทย
รอบรู้เรื่องสมุนไพร
อัคลาค
อิสลาม
ลักษณะทั่วไปของอิสลาม
เสา 5 ต้นของอิสลาม
อะไร คือ อิสลาม
ศาสนาที่เที่ยงแท้
ท่านถาม อัลกุรอานตอบ
คำถามที่คุณอยากรู้
ทิวทัศน์กระบี่
คลังความรู้ศาสนา

ซะกาต
จริยศาสตร์
คัดมาให้คิด
การละหมาด