เศรษฐกิจพอเพียงกับหลักการอิสลาม 4

กล่าวโดยสรุปก็คือ การ ค้าขายใดๆ ก็ตาม ที่มีการเอารัดเอาเปรียบ อธรรม หลอกลวง การฉวยโอกาส และการทำให้สิ่งต้องห้าม ตามหลักการของศาสนาแพร่หลาย ย่อมเป็นสิ่งต้องห้าม ในขณะเดียวกัน ผู้ใดทำการค้าขาย ในสิ่งที่อนุมัติ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ผู้นั้นย่อมได้รับฐานันดรอันสูงส่ง ดังปรากฏในอัล-หะดีษระบุว่า

التَّاجِرُ الأَمِيْنُ الصَّدُوْقُ مَعَ الشُّهَدَاءِ يَوْمَ القِيَامَةِ

ผู้ค้าขายที่มีความสุจริต ซื่อสัตย์ ย่อมได้อยู่พร้อมกับบรรดาผู้พลีชีพ เพื่อปกป้องศาสนา ในวันกิยามะฮฺ” (รายงานโดย อิบนุ มาญะฮฺ และอัลหากิม)

การค้าขายและการทำธุรกิจในปัจจุบัน ที่มุ่งเน้นการหากำไร และกอบโกยทรัพยากรของชาติ เพื่อประโยชน์ส่วนตน หรือกลุ่มธุรกิจที่มีอำนาจ และโอกาส โดยขาดคุณธรรม และหลักจริยธรรม เป็นสิ่งที่อิสลามประณาม เพราะเป็นความอธรรม (อัซ-ซุลฺม์) ซึ่งอัลกุรฺอานได้คาดโทษเอาไว้ อย่างรุนแรง ว่า:

وَمَن يَظْلِم مِنكُمْ نُذِقْهُ عَذَابًا كَبِيرًا

และผู้ใดก็ตามจากพวกท่าน ได้อยุติธรรม เราจะให้เขาผู้นั้น ได้ลิ้มรสการลงทัณฑ์ อันใหญ่หลวง(อัล-ฟุรกอน อายะฮฺที่ 19)

และมีปรากฏในอัลหะดีษระบุว่า

اتقُو االظُّلم فإنَّ الظُّلمَ ظُلُمَا تٌ يَوْمَ القِيَامة

พวกท่านจงเกรงกลัวความอธรรม เพราะแท้จริงความอธรรมนั้น คือบรรดาความมืดมน ในวันกิยามะฮฺ” (รายงานโดยอะฮฺหมัดและอัล-หากิม)

ตอนที่ 4  ไม่หยุดนิ่งที่จะหาทางให้ชีวิต

ไม่หยุดนิ่งที่จะหาทางให้ชีวิต หลุดพ้นจากความทุกข์ยาก ด้วยการขวนขวายใฝ่หาความรู้ ให้มีรายได้เพิ่มพูนขึ้น จนถึงขั้นพอเพียง เป็นเป้าหมายสำคัญ

พระราชดำริข้อนี้ สอดคล้องกับหลักคำสอนของอิสลาม ที่มุ่งเน้นให้ผู้ศรัทธา ทุ่มเทในการทำงาน ตามสาขาอาชีพของตน ดังที่มีพระดำรัสในอัลกุรฺอาน ระบุว่า

وَقُلِ اعْمَلُواْ فَسَيَرَى اللهُ عَمَلَكُمْ وَرَسُولُهُ وَالْمُؤْمِنُونَ الآية

และ จงกล่าวเถิดว่า พวกท่านจงทำงานเถิด แล้วต่อไปพระองค์อัลลอฮฺ ตลอดจนศาสนทูตของพระองค์ และมวลผู้ศรัทธา จักได้ประจักษ์ถึงงานของพวกท่าน” (อัต-เตาบะฮฺ อายะฮฺที่ 105)

และการทำงานที่ประณีต ละเอียดลออ เป็นสิ่งที่พระองค์อัลลอฮฺ (سبحا نه وتعالي) ทรงโปรดปราน ดังปรากฏในอัลหะดีษ ที่ระบุว่า

إنَّ اللهُ يَحِبُّ إذاعَمِلَ أَحَدُكُمْ عَمَلاً أَنْ يُتْقِنَه

แท้จริงพระองค์อัลลอฮฺทรงโปรดปราน เมื่อคนหนึ่งในหมู่พวกท่าน ได้กระทำงานหนึ่ง ในการที่เขามีความประณีต(รายงานโดยอบูยะอฺลา)

งานที่ประณีต ก็คือการทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้ การวางแผนอย่างมีหลักมีเกณฑ์ โดยมีเป้าหมายในการผลิตผลงาน ที่ยังประโยชน์แก่สังคมส่วนรวม และยกระดับการครองชีพ ให้พอเพียง ต่อความต้องการในการดำรงชีพ การประกอบอาชีพทุกอย่าง จำต้องอาศัยความรู้ และทักษะที่เกิดจากการฝึกฝน และการสั่งสมประสบการณ์ ท่านอิหม่ามอัชชาฟิอีย์ ได้กล่าวว่า

مَنْ أَرَادَالدُّنْيَا فَعَلَيْهِ بِالْعِلْمِ وَمَنْ أَرَادَالآخِرَةَ فعلَيْهِ بالعِلْمِ

ผู้ใดปรารถนาโลกนี้ ผู้นั้นต้องเรียนรู้วิชา  และผู้ใดปรารถนาโลกหน้า ผู้นั้นก็ต้องเรียนรู้วิชา” (กิตาบอัล-มัจญฺมูอฺ เล่มที่ 1 –คำนำ-)

ดังนั้น มุสลิมต้องเป็นผู้ใฝ่รู้ และรู้จักเพิ่มพูนความรู้ อยู่ตลอดเวลา ซึ่ง การเรียนรู้ เพื่อเพิ่มรายได้ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ย่อมเป็นปัจจัยสำคัญ ในการยกระดับฐานะของตน ความยากจน ที่เกิดขึ้นกับผู้คนในการยกระดับฐานะของตน ความยากจน ที่เกิดขึ้นกับผู้คนในสังคมนั้น ถึงแม้จะเป็นปรากฏการณ์ ที่มีอยู่จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ให้ผู้ศรัทธายอมจำนนต่อความยากจนนั้น โดยไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลง หรือคิดที่จะสร้างฐานะ ที่ดีกว่าที่เป็นอยู่

การที่บุคคลมีอันจะกิน และสำนึกในบุญคุณของพระองค์อัลลอฮฺ ย่อมเป็นสิ่งประเสริฐ และมีผลานิสงค์ ์เท่าเทียมกับผู้ถือศีลอด ที่มีความอดทน และบุคคลจะมีสถานภาพในการดำรงชีวิตที่ดีขึ้น ก็ต้องมีความเพียร และมุ่งมานะในการทำงาน และงานที่ดีและมีคุณภาพ ก็ต้องเกิดจากความรู้ความเข้าใจ และความชำนาญการ

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ที่มีการแข่งขันในเรื่องค่าครองชีพสูง ความรู้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวด สำหรับการประกอบอาชีพ และการบริหาร การจัดการต้นทุน ของปัจเจกบุคคล ให้สามารถแข่งขันกับผู้อื่นได้

ตอนที่  5  ปฏิบัติตนในแนวทางที่ด

ปฏิบัติตนในแนวทางที่ดี ลดละสิ่งชั่ว ประพฤติตนตามหลักศาสนา

แนวพระราชดำริในการดำเนินชีวิต ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงข้อนี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุด เพราะหากขาดข้อนี้ เพียงข้อเดียว ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก็จะล้มเหลว และเป็นเพียงทฤษฎี ที่ไม่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริง ทั้งนี้ บุคคลจะมีความประหยัด และลดละความฟุ่มเฟือยได้ ก็ต่อเมื่อบุคคลนั้น มีศรัทธา และความเชื่อมั่นต่อแนวทาง และพยายามปฏิบัติตน ให้เป็นไปตามแนวทางนั้น ซึ่งหลักคำสอนของศาสนา ที่สอนให้ประพฤติดี และหลีกห่างความชั่ว ย่อมเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลสูงสุด ในการควบคุมพฤติกรรมของบุคคล มีปรากฏในอัลหะดีษระบุว่า

قَدْأَفْلَحَ مَنْ أَسْلَمَ ورُزِقَ كَفَافًا ، وقنَّعَهُ الله بِمَاآتَاهُ

แน่แท้ผู้ที่ยอมจำนน ตามวิถีอิสลาม ย่อมได้รับความสำเร็จ  อีกทั้งเขาได้รับปัจจัยยังชีพ ที่พอเพียง  และอัลลอฮฺได้ให้เขาผู้นั้น มีความพึงพอใจ ต่อสิ่งที่พระองค์ทรงนำมาให้แก่เขา(รายงานโดยบุคอรีและมุสลิม)

ในอัลหะดีษบทนี้ มีหลักคำสอนอยู่ 3 ประการคือ

1. การประพฤติตนในฐานะอิสลามิกชน ด้วยการละเลิกสิ่งที่ฝ่าฝืน และขัดต่อหลักคำสอน ของศาสนา และมุ่งปฏิบัติคุณงามความดี ที่ศาสนามีคำสอนสั่งใช้

2. การมีปัจจัยยังชีพที่พอเพียงต่อความต้องการ

3. การมีความพึงพอใจ ในสิ่งที่ตนมีอยู่ ไม่มักมาก ไม่โลภ หรือแสวงหาสิ่ง ที่เกินความจำเป็น

ทั้ง 3 ประการ เป็นเงื่อนไขที่ทำให้บุคคล ได้รับความสำเร็จ ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

การที่บุคคลยึดมั่น ในหลักคำสอนของศาสนา ด้วยการประพฤติดี และละเว้นความชั่ว ย่อมเป็นบ่อเกิดของคุณธรรม ในการดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพ ผู้ที่มีศาสนาประจำใจ และเคร่งครัดในการปฏิบัติ ตามหลักคำสอนของศาสนา จะไม่ฟุ่มเฟือย และสุรุ่ยสุร่าย ในการใช้จ่าย แต่จะรู้จักความพอดี และความเหมาะสม ในการใช้จ่าย รู้จักทำมาหาเลี้ยงชีพ ไม่เกียจคร้าน และรู้จักบาปคุณโทษ ไม่ประกอบอาชีพ ที่ผิดต่อหลักศาสนบัญญัติ ไม่ฉ้อโกง หรือเอาเปรียบผู้อื่น แต่จะมีความสุจริตและซื่อสัตย์ รักในการเรียนรู้ และสั่งสมประสบการณ์ อยู่ตลอดเวลา จึงสามารถกล่าวได้ว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกำหนดวางเอาไว้เป็นหลัก 5 ประการนั้น มีความสอดคล้อง กับหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม โดยรวม

www.alisuasaming.com

ย้อนกลับ

หน้าหลัก

ตุลาคม 02, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

¿ÃÕ Ê¶ÔµÔàÇçºä«µì