ประวัติของนบีอาดัม

อัลลอฮฺได้ทรงกล่าวว่า และจงนึกถึงเมื่อตอนที่ พระผู้อภิบาลของเจ้า ได้กล่าว แก่บรรดามลาอิก๊ะฮฺว่า “แท้จริง ฉันจะให้มีมนุษย์ รุ่นแล้วรุ่นเล่า ขึ้นมาบนแผ่นดิน” พวกเขากล่าวว่า พระองค์จะทำให้ ผู้ก่อความเสียหาย และหลั่งเลือดกัน เกิดขึ้นในนั้นหรือ ทั้งๆ ที่พวกเราสดุดีพระองค์ ด้วยการสรรเสริญ และประกาศความบริสุทธิ์ ของพระองค์อยู่แล้ว

พระองค์ได้ทรงกล่าวว่า ฉันรู้ในสิ่งที่สูเจ้าไม่รู้ และพระองค์ได้ทรงนามทั้งหมด (ของทุกสิ่ง) แก่อาดัม หลังจากนั้น พระองค์ก็ได้แสดงให้มลาอิก๊ะฮฺ ได้เห็น และกล่าวว่า บอกฉันถึงนามเหล่านี้ซิ ถ้าสูเจ้าแน่จริง บรรดามลาอิก๊ะฮฺกล่าวว่า มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ เราไม่มีความรู้ นอกไปจากที่พระองค์ ได้ทรงสอนเรา แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ

พระองค์ได้ตรัสว่า อาดัมเอ๋ย จงบอกพวกเขา ถึงนามของสิ่งเหล่านั้น และเมื่อเขาได้บอกมลาอิก๊ะฮฺ ถึงนามของสิ่งเหล่านั้น พระองค์ได้ตรัสว่า "ฉันไม่ได้เจ้าหรือว่า ฉันรู้ถึงสิ่งเร้นลับ ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และฉันรู้สิ่งที่ถูกซ่อนเร้น" และจงนึกถึงเมื่อตอนที่เรา ได้กล่าวแก่บรรดามลาก๊ะฮฺว่า จงก้มกราบต่ออาดัม และพวกเขาก็ก้มกราบ ยกเว้นอิบลีส มันปฏิเสธ และหยิ่งยโส และเป็นหนึ่ง ในบรรดาผู้ปฏิเสธ ที่จะเชื่อฟังอัลอฮฺ และเราได้กล่าวว่า โอ้ อาดัม เจ้าและคู่ครองของเจ้า จงพำนักอยู่ในสวนแห่งนี้ และเจ้าทั้งสองจงกิน สิ่งที่มีอยู่มากมาย ตามที่เจ้าทั้งสองต้องการ แต่จงอย่าเข้าใกล้ต้นไม้ต้นนี้ มิฉะนั้นแล้ว เจ้าทั้งสองจะเป็นผู้กระทำความผิด

หลังจากนั้น ชัยฏอนก็ได้ทำให้เขาทั้งสอง ต้องพลั้งผิด และต้องออกไปจากที่ ที่ทั้งสองเคยอยู่ เราได้กล่าวว่า สูเจ้าทั้งหมด จงออกไป และพวกเจ้าจะเป็นศัตรูต่อกัน โลกจะเป็นที่พำนักสำหรับสูเจ้า และแหล่งความสุข ชั่วระยะเวลาหนึ่ง หลังจากนั้น อาดัมก็ได้รับรู้ถ้อยคำ ของพระผู้อภิบาลของเขา และพระผู้อภิบาลของเขา ได้ให้อภัยเขา แท้จริง พระองค์คือผู้ทรงอภัย ผู้เมตตา เราได้กล่าวว่า สูเจ้าทั้งหมด จงออกไปจากสถานที่แห่งนี้ หลังจากนั้น เมื่อใดก็ตาม ที่มีทางนำจากฉัน มายังสูเจ้า และใครก็ตามที่ปฏิบัติ ตามทางนำของฉัน ก็จะไม่มีความกลัว เกิดขึ้นแก่เขา และเขาจะไม่เสียใจ แต่บรรดาผู้ปฏิเสธความศรัทธา และไม่เชื่อในหลักฐานของเรา พวกเขาเหล่านั้น ก็คือชาวนรก พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้น ตลอดไป (กุรอาน 2:30-39

นอกจากนั้นแล้ว อัลลอฮฺยังได้ทรงกล่าวว่า: “และเราได้สร้างสูเจ้า และได้ทำให้สูเจ้าเป็นรูปร่าง หลังจากนั้น เราได้บอกแก่บรรดามลาอิก๊ะฮฺว่า "จงก้มกราบต่ออาดัม" และพวกเขาก็ก้มกราบ ยกเว้นอิลีส มันไม่ยอมที่จะเป็นผู้ก้มกราบ อัลลอฮฺได้ทรงกล่าวว่า "อะไรขัดขวางเจ้า (อิบลีส) ไม่ให้เจ้าก้มกราบ เมื่อฉันบัญชาเจ้า ?" มันกล่าวว่า "ข้าพระองค์ดีกว่าเขา พระองค์ทรงสร้างฉัน มาจากไฟ และพระองค์ทรงสร้างเขา มาจากดิน" อัลลอฮฺทรงกล่าวว่า "อิบลีส เจ้าจงออกไปให้พ้น จากที่น ี่ในนี้ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะมาโอหัง ออกไปเสีย เจ้านั้นเป็นพวกที่ต่ำต้อย และสิ้นหวัง" อิบลีสกล่าวว่า "โปรดผ่อนผันเวลา ให้แก่ฉัน จนกระทั่งวันที่พวกเขา ถูกทำให้ฟื้นคืนชีพ

อัลลอฮฺได้ทรงกล่าวว่า "เจ้าเป็นผู้ได้รับการผ่อนผัน" อิบลีสได้กล่าวว่า "เพราะพระองค์ได้ทรงทำให้ฉันหลงผิด ฉันจะซุ่มคอยพวกเขา (มนุษย์) ตามแนวทางที่เที่ยงตรง หลังจากนั้น ฉันจะจู่โจมพวกเขา ทั้งทางด้านหน้า และด้านหลัง และจากด้านขวา และด้านซ้าย ของพวกเขา และพระองค์จะไม่พบว่าส่วนใหญ่ของพวกเขา เป็นผู้ขอบคุณ" อัลลอฮฺได้ทรงกล่าวแก่อิบลีสว่า "จงออกไปจากที่นี่เสีย ในฐานะผู้สิ้นหวัง และผู้ถูกเนรเทศ ใครก็ตามที่ปฏิบัติตามเจ้า เราจะทำให้นรก เต็มไปด้วยพวกเขาเหล่านั้น ทั้งหมด"

และ อาดัมเอ๋ย เจ้าและคู่ครองของเจ้า จงพำนักอยู่ในสวนสวรรค์ และจงกินสิ่งที่มีอยู่ ตามที่เจ้าทั้งสองต้องการ แต่จงอย่าเข้าใกล้ต้นไม้ต้นนี้ มิฉะนั้นแล้ว เจ้าทั้งสอง จะตกเป็นผู้อธรรม และกระทำความผิด" หลังจากนั้น ชัยฏอนได้กระซิบ แก่ทั้งสอง เพื่อที่จะเปิดเผยให้ทั้งสอง ได้เห็นสิ่งอันพึงสงวน ที่ถูกซ่อนเร้นไว้จากกันและกัน มันได้กล่าวว่า "พระผู้อภิบาลของท่านทั้งสอง ไม่ได้ห้ามต้นไม้นี้ แก่ท่านทั้งสองด้วยเหตุใด นอกจากท่านทั้งจะกลายเป็น มลาอิก๊ะฮฺ หรือท่านทั้งจะมีชีวิตนิรันดร์กาล" และมันได้สาบานแก่ทั้งสองว่า "ฉันเป็นผู้ที่ปรารถนาดี แก่ท่านทั้งสองจริงๆ"

ดังนั้น มันจึงได้ทำให้ทั้งสอง หลงผิด ด้วยการหลอกลวง หลังจากนั้น เมื่อทั้งสองได้ลิ้มรส ของต้นไม้นั้นแล้ว สิ่งอันพึงละอายของทั้งสอง ที่ถูกซ่อนเร้นไว้ ก็ได้เปิดเผยให้ทั้งสองได้เห็น และทั้งสองได้เริ่มเอาใบไม้ แห่งสวนสวรรค์ มาปกปิดบนตัวเอง (เพื่อปิดบังความละอาย) และพระผู้อภิบาล ของเขาทั้งสอง ได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "ฉันมิได้ห้ามเจ้าทั้งสอง เกี่ยวกับต้นไม้ต้นนั้น และมิได้บอกเจ้าทั้งสองหรือว่า ชัยฏอนนั้น เป็นศัตรูที่เปิดเผยแก่เจ้าทั้งสอง ?" ทั้งสองกล่าวว่า "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเรา เราได้อธรรมต่อตัวของเราเอง ถ้าหากพระองค์ไม่ทรงให้อภัยเรา และประทานความเมตตาแก่เรา เราจะต้องเป็นผู้ขาดทุน อย่างแน่นอน"

อัลลอฮฺได้ทรงกล่าวว่า "จงออกไปจากที่นี่ เจ้าจะเป็นศัตรูซึ่งกันและกัน ( นั่นคือ อาดัม ฮาวา และชัยฏอน) บนแผ่นดิน จะเป็นสถานที่พำนัก และความสุข สำหรับพวกเจ้า ชั่วระยะเวลาหนึ่ง" พระองค์ได้กล่าวว่า "ในนั้น พวกเจ้าจะมีชีวิต และในนั้นพวกเจ้าจะตาย และจากที่นั้น พวกเจ้าจะถูกนำออกมาอีก (กุรอาน 7:11-25)"

เราคิดว่า เมื่ออัลลอฮฺได้ทรงตัดสินใจ ที่จะสร้างอาดัมนั้น พระองค์ได้กล่าวแก่บรรดามลาอิก๊ะฮฺ ให้ก้มกราบต่ออาดัม พระองค์มิได้ต้องการ ที่จะถามความเห็น หรือขอคำแนะนำ จากบรรดามลาอิก๊ะฮฺ แต่ประการใด เพราะพระองค์ทรงเหนือกว่านั้น อัลลอฮฺได้ทรงบอกบรรดามลาอิก๊ะฮฺว่า พระองค์กำลังจะสร้างตัวแทน ขึ้นมาคนหนึ่ง บนหน้าแผ่นดิน ที่จะมีลูกหลาน ที่สร้างความเสียหาย ให้แก่โลก และหลั่งเลือดกัน นั่นคือเหตุผลที่บรรดามลาอิก๊ะฮฺ ได้กล่าวกับอัลลอฮฺว่า พระองค์จะทำให้ ผู้ก่อความเสียหาย และหลั่งเลือดกัน เกิดขึ้นในนั้นหรือ ?” (กรุอาน 2:30)

ก่อนที่จะสร้างอาดัมนั้น มีหลายฮะดีษ หรือคำบอกเล่า เกี่ยวกับมลาอิก๊ะ เช่น อิบนุเกาะตาด๊ะฮฺ ได้กล่าวว่า มลาอิก๊ะฮฺได้ถูกบอก ให้รู้เกี่ยวกับการสร้างอาดัม และลูกหลานของเขา โดยญินที่มีชีวิตอยู่ ก่อนอาดัม ส่วนอับดุลลอฮฺ อิบนุอุมัรฺ ได้กล่าวว่า ญินได้เกิดขึ้นมา ก่อนอาดัม ประมาณ 2,000 ปี และหลังจากนั้น ก็หลั่งเลือดกัน ดังนั้น อัลลอฮฺจึงได้ส่งกองทัพมลาอิก๊ะฮฺ ไปขับไล่พวกญิน ออกไปยังส่วนลึกของทะเล อิบนุฮาติม ได้เล่าจากอะลี ญะฟัรฺ อัลบากิรฺว่า บรรดามลาอิก๊ะฮฺ ได้ถูกบอกให้ทราบว่า มนุษย์จะเป็นสาเหตุ แห่งความชั่ว และหลั่งเลือดกันบนโลก นอกจากนั้น ก็ยังมีการกล่าวว่า บรรดามลาอิก๊ะฮฺรู้ว่า บนโลกนี้ จะไม่มีใครถูกสร้างขึ้นมา โดยไม่เป็นคนชั่ว และไม่หลั่งเลือดกัน

ไม่ว่าคำบอกเล่านี้ จะถูกต้องหรือไม่ บรรดามลาอิก๊ะฮฺ ก็เข้าใจว่า อัลลอฮฺจะทรงสร้างตัวแทนขึ้นมา คนหนึ่งบนโลก อัลลอฮฺได้ทรงประกาศว่า พระองค์กำลังจะสร้างมนุษย์ ขึ้นมาจากดิน พระองค์จะปั้นเขาขึ้นมา และเป่าวิญญานของพระองค์ เข้าไปในตัวเขา และหลังจากนั้น บรรดามลาอิก๊ะฮฺ จะก้มกราบเขา

อบูมูซา อัลอัชอะรี ได้เล่าว่าท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า : “อัลลอฮฺได้ทรงสร้างอาดัม จากดินกำมือหนึ่ง ซึ่งนำมาจากแผ่นดินต่างๆ ดังนั้น ลูกหลานของอาดัม จึงได้ถูกสร้างขึ้นมา ตามส่วนประกอบของแผ่นดิน ดังนั้น มนุษย์จึงมีผิวขาว ผิวแดง ผิวดำและผิวเหลือง มีทั้งดีและชั่ว มีความสุขสบาย และความเศร้าโศก และสิ่งที่อยู่ในระหว่างนั้น” (บันทึกโดยบุคอรี)

อิบนุมัศอูด และบรรดาสาวก คนอื่นๆ ของท่านนบีมุฮัมมัด ได้กล่าวว่า อัลลอฮฺได้ญิบรีลลงมายังโลก เพื่อเอาดินไปให้พระองค์ โลกได้กล่าวว่า : “ฉันขอความคุ้มครอง ต่ออัลลอฮฺ จากการที่ท่านลดจำนวนของฉัน หรือทำให้ฉันผิดรูปไป” ดังนั้น ญิบรีลจึงได้กลับไป โดยไม่ได้เอาอะไรไป และได้กล่าวว่า “ข้าแต่พระผู้อภิบาล แผ่นดินขอความคุ้มครอง ต่อพระองค์ และมันก็ได้รับตามที่ขอ

ดังนั้น อัลลอฮฺจึงได้ส่งมิกาอีลลงมา เพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน และแผ่นดินก็ขอความคุ้มครอง ต่ออัลลอฮฺอีก และก็ได้รับตามที่ขอ ดังนั้น มิกาอีลจึงได้กลับ และได้กล่าวกับอัลลอฮฺ อย่างเดียวกับที่ญิบรีล ได้พูดไปก่อนหน้านี้

ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

¿ÃÕ Ê¶ÔµÔàÇçºä«µì