อาซานละหมาดวันศุกร์กี่ครั้ง, ละหมาดซุนัตก่อนวันศุกร์มีหรือไม่,
ยกมือดุอาขณะคอเตบคุตบะฮฺ

อ.อาลี ผมมีปัญหาคาใจจะสอบถามอาจารย์หลายเรื่องครัง
1. การอาซานละหมาดวันศุกร์มีกี่ครั้ง เห็นนักวิชาการบางท่านบอกว่า สมัยนาบีมีแค่ครั้งเดียว
2. การละหมาดซูนัตก่อนฟัรดูวันศุกร์มีหรือไม่
3. ตอนที่คอเตบอ่านคุตบะห์ที่2 ตอนท้ายจะมีการดุอาอ์แล้วคนฟังต้องยกมือแล้วกล่าวอามีนด้วยมั้ย

ขอบคุณล่วงหน้าครับผม

وعليكم السلام ورحمة الله و بركاته
الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد...؛

ข้อ -1- เดิมในสมัยของท่านนบี (صلى الله عليه وسلم) ท่านอบูบักร (ร.ฎ.) และท่านอุมัร (ร.ฎ.) การอะซานในวันศุกร์ มีครั้งเดียว คือ เมื่ออิหม่าม (คอเต็บ) นั่งบนมิมบัร ต่อมาในสมัยท่านอุษมาน (ร.ฎ.) ผู้คนมีมากขึ้น ท่านอุษมาน (ร.ฎ.) จึงเพิ่มการอะซานที่ 3 บน อัซ-เซารออฺ (รายงานโดย อัล-บุคอรียฺ และท่าน อื่นๆ จาก อัส-สาอิบ อิบนุ ยะซีด)

ในรายงานของ อิบนุคุซัยมะฮฺ ระบุว่า : การอะซานในสมัยของท่านนบี (صلى الله عليه وسلم) ท่านอบูบักร (ร.ฎ.) และท่านอุมัร (ร.ฎ.) มีการอะซาน 2 ครั้ง ในวันศุกร์ โดยอธิบายว่า อะซาน 2 ครั้ง นั้น หมายถึงการอะซาน และการอิกอมะฮฺ นั่นเอง

ในบางรายงานระบุว่า ท่านอุษมาน (ร.ฎ.) ใช้ให้อะซานครั้งแรก ในอีกรายงานหนึ่งระบุว่า อะซานครั้งที่ 2 ซึ่งอธิบายได้ว่า ที่เรียกว่าอะซานครั้งที่ 3 เพราะถูกเพิ่มเข้าไป ในการอะซาน และอิกอมะฮฺ เดิม และที่เรียกว่า อะซานครั้งที่ 1 เพราะเป็นการอะซาน ที่ถูกกระทำก่อนหน้าการอะซาน และอิกอมะฮฺ และที่เรียกว่า อะซานครั้งที่ 2 นั้น เพราะพิจารณาว่า การอะซานจริงๆ แต่เดิม มีเพียงครั้งเดียว (ไม่รวมอิกอมะฮฺ)

ส่วนคำว่า "อัซ-เซารออฺ" เป็นสถานที่หนึ่ง ในตลาดของนครม่าดีนะฮฺ ท่านอิบนุ หะญัร (ร.ฮ.) กล่าวว่า : สิ่งที่ปรากฎชัดก็คือ ผู้คนได้ยึดเอาการกระทำ ของท่านอุษมาน ในทุกหัวเมืองในขณะนั้น เนื่องจากท่านเป็นเคาะลีฟะฮฺ

ส่วนที่ว่าการอะซานนี้ เป็นบิดอะฮฺ ก็หมายความว่า ไม่มีปรากฎในสมัยท่านนบี (صلى الله عليه وسلم) และใช่ว่าทุกสิ่ง ที่ไม่เคยมีในสมัยของท่านนบี (صلى الله عليه وسلم) จะเป็นสิ่งที่ถูกประนามแต่อย่างใด (นัยลุล-เอาฏอร เล่มที่ 3 หน้า 278-279)

ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า การเพิ่มการอะซาน ในวันศุกร์เป็น 2 ครั้ง นี้ มีรายงานที่ถูกต้องชัดเจนว่า ท่านเคาะลีฟะฮฺอุษมาน (ร.ฎ) ใช้ให้กระทำ และบรรดาเศาะหาบะฮฺ ที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะนั้น ก็รับรอง และมิได้คัดค้าน แต่อย่างใด

และมีรายงานระบุว่า (فعليكم بسنتي وسنة الخلفاءالراشدين) “พวกท่านจงยึดสุนนะฮฺของฉัน และสุนนะฮฺ (แนวทาง) ของบรรดาเคาะลีฟะฮฺ อัรรอชิดีน ….” (รายงานโดยอบูดาวูด อัต-ติรมีซียฺ อุบนุมาญะฮฺ และอิบนุหิบบานฺ และอัต-ติรมิซียฺ ระบุว่าเป็นหะดีษ หะสัน เศาะฮีหฺ)

ดังนั้น ที่ว่า เป็นบิดอะฮฺ นั้น ก็หมายถึง บิดอะฮฺลุเฆาะวียะฮฺ (بدعةلغوية) คือ บิดอะฮฺทางภาษา อันหมายถึงสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน ในสมัยท่านนบี (صلى الله عليه وسلم) และเคาะลีฟะฮฺ 2 ท่านแรก และนี่มิใช่ "บิดอะฮฺ ดีนียะฮฺ" (بدعةدينية) คือบิดอะฮิทางศาสนา ที่เฎาะลาละฮฺ ก็หาไม่ เพราะถ้าเป็นบิดอะฮฺ ประเภทที่ 2 นี้ ท่านเคาะลีฟะฮฺอุษมาน (ร.ฎ.) คงไม่สั่งใช้ให้กระทำ และบรรดาเศาะหาบะฮฺ ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในขณะนั้น ก็คงไม่ยอมรับ และจะต้องคัดค้าน อย่างแน่นอน ดังนั้น จึงไม่อนุญาตให้โจมตี การอะซานครั้งที่ 1 ในวันศุกร์ว่า เป็นบิดอะฮฺ เฎาะลาละฮฺ

ส่วนมัสญิดใด จะอะซานเพียงครั้งเดียว ก็สามารถกระทำได้ ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า อย่าเอาเรื่องนี้มาทะเลาะกัน เพราะถ้าเอาเข้าจริง ก็จะต้องถามว่า แล้วอะซานครั้งเดียวนั้น อะซานตรงไหน บนหออะซาน (เสาบัง), หรือต่อหน้าอิหม่าม (คอเต็บ) เพราะอิหม่ามมาลิก (ร.ฮ.) ระบุว่า การอะซานเบื้องหน้าอิหม่าม มิใช่เรื่องเก่า (คือเป็นเรื่องใหม่) และปรากฎว่าท่านบิล้าล (ร.ฎ.) เคยอะซานที่ปากประตูมัสญิด (รายงานโดย ดอุบนุ อับดิล บัรรฺ ใน อัล-กาฟีย์) (เก็บความจาก อะหฺซะนุ้ลกะลามฯ ชัยคฺ อะฏียะฮฺ ศอกร์ เล่มที่ 2 หน้า 169-172)

ข้อ -2- การละหมาดสุนนะฮฺ หลังละหมาดวันศุกร์นั้น ไม่มีข้อขัดแย้งว่า เป็นสิ่งที่ศาสนาส่งเสริมให้กระทำ มีรายงานในเศาะฮีหฺบุคอรียฺ และมุสลิม ส่วนการละหมาดสุนนะฮฺ ก่อนละหมาดวันศุกร์นั้น ต้องพิจารณาเป็น 2 กรณี คือ

1) หากหมายถึงการละหมาดสุนนะฮฺมุฏลัก (คือละหมาดสุนนะฮฺทั่วไป) เป็นสิ่งอนุญาตให้กระทำได้ ก่อนที่อิหม่ามจะออกมาแสดงคุฏบะฮฺวันศุกร์ เพราะมีหลักฐานระบุเอาไว้ ในอัล-บุคอรีย์ (เล่ม 2 หน้า 4) และมุสลิม (เล่ม 6 หน้า 146)

ส่วนกรณีที่ 2) หากมุ่งหมายว่า เป็นการละหมาดสุนนะฮฺรอติบะฮฺ ก่อนละหมาดวันศุกร์ กรณีนี้ นักวิชาการ มีความเห็นต่างกัน เป็นเรื่องเก่า มิใช่เรื่องใหม่ อิหม่ามอบูหะนีฟะฮฺ และอัศหาบุช-ชาฟิอียะฮฺ ตามประเด็นที่ชัดที่สุด ในสองประเด็น และอัลหะนาบิละฮฺ ในทัศนะที่ไม่มัชฮูร ระบุว่า เป็นสิ่งส่งเสริมให้กระทำ

ส่วนอิหม่ามมาลิก และอัลหะนาบิละฮฺ ในทัศนะที่มัชฮูร ระบุว่า ไม่มีบัญญัติให้กระทำ ทั้งสองฝ่าย ต่างก็มีหลักฐาน มาสนับสนุนความเห็น ของฝ่ายตน (ดู อะหฺซะนุ้ลกะลามฯ, ชัยคฺ อะฏียะฮฺ ศอกร์ เล่มที่ 3 หน้า 319-325)

และท่านอิบนุ ตัยมียะฮฺ (ร.ฮ.) ตอบเอาไว้ในฟะตาวา ของท่านว่า "แท้จริงการละหมาด 2 รอกอะฮฺ ก่อนละหมาดวันศุกร์นั้น เป็นที่อนุญาต และเป็นสิ่งที่ดี และถึงแม้ว่า จะไม่เป็นสุนนะฮฺรอติบะฮฺก็ตาม... ดังนั้น ผู้ใดกระทำสิ่งดังกล่าว ก็ย่อมไม่ถูกคัดค้าน และผู้ใดละทิ้งสิ่งดังกล่าว ก็ย่อมไม่ถูกคัดค้าน และนี่คือคำพูด ที่เป็นกลางที่สุด และคำพูดของอิหม่ามอะหฺหมัด ก็บ่งชี้ถึงมัน...จบคำฟะตาวา (อ้างแล้ว หน้า 324)

ข้อ -3- คนฟังยกมือ และกล่าวอามีนก็ได้ หรือไม่ยกมือ แต่กล่าวอามีนก็ทำได้ หรือไม่ยกมือ และไม่กล่าวอามีน ก็ย่อมทำได้ ทุกกรณ

والله أعلم بالصواب

www.alisuasaming.com

หน้าหลัก

กุมภาพันธ์ 10, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

¿ÃÕ Ê¶ÔµÔàÇçºä«µì