ลักษณะอาญาและบทลงโทษในกฎหมายอิสลาม : 7. ข้อห้ามเกี่ยวกับการใส่ร้าย

การใส่ร้าย  เรียกในภาษาอาหรับว่า  อัล-กอซฺฟ์  (اَلْقَذْفُ)  ซึ่งมีความหมายตามหลักภาษาว่า  การขว้าง,  การโยน  เป็นต้น  ส่วนความหมายตามคำนิยาม ในกฎหมายลักษณะอาญา  คือ  การใส่ร้ายผู้อื่น ว่า กระทำผิดประเวณี  (ซินา)  ในลักษณะของการบริภาษด่าทอ และการใช้สำนวนบ่งบอก  อาทิเช่น  บุคคลหนึ่งได้กล่าว กับอีกบุคคลหนึ่งว่า  โอ้  ผู้ทำผิดประเวณี  หรือกล่าวว่า  เขาได้เห็นบุคคลผู้นั้น ทำผิดประเวณี  หรือ  เขาได้ทำสิ่งอนาจาร อย่างนั้น อย่างนี้ จากการผิดประเวณี หรือรักร่วมเพศ  เป็นต้น

ข้อชี้ขาดของการใส่ร้าย

การใส่ร้าย หรือกล่าวหามุสลิม ว่า กระทำผิดประเวณี ถือเป็นสิ่งต้องห้าม  (หะรอม)  และเป็นบาปใหญ่  ไม่ว่าผู้กล่าวหานั้น จะพูดจริงในการกล่าวหา หรือโกหก ก็ตาม  ในกรณีที่โกหก ย่อมถือว่าผู้นั้น ใส่ร้ายและอธรรม ต่อผู้อื่น ซึ่งการโกหกถือเป็นสิ่งต้องห้าม ที่น่ารังเกียจที่สุด  ส่วนในกรณีที่เขาพูดจริง  ก็ย่อมถือว่า การกล่าวหานั้น เป็นการเปิดเผยความลับ  และละเมิดต่อเกียรติยศ และศักดิ์ศรีของผู้อื่น  ผู้ใดที่ใส่ร้าย หรือกล่าวหาผู้อื่น ว่ากระทำผิดประเวณี ศาสนาถือว่าเป็นคนเลว  (ฟาซิก)  และขาดคุณสมบัติแห่งความมีคุณธรรม และมีโทษสถานหนัก ที่ศาสนากำหนดเอาไว้ 

ดังปรากฏหลักฐานจากอัลกุรฺอานว่า

وَالَّذِينَ يَرْمُونَ الْمُحْصَنَاتِ ثُمَّ لَمْ يَأْتُوا بِأَرْبَعَةِ شُهَدَاء فَاجْلِدُوهُمْ

ثَمَانِينَ جَلْدَةً وَلَا تَقْبَلُوا لَهُمْ شَهَادَةً أَبَدًا وَأُوْلَئِكَ هُمُ الْفَاسِقُونَ

إِلاَّ الَّذِينَ تَابُوا مِن بَعْدِ ذَلِكَ وَأَصْلَحُوا فَإِنَّ اللهَ غَفُورٌ رَّحِيمٌ

และบรรดาผู้ซึ่งพวกเขา ใส่ร้ายสตรีที่สมรสแล้วทั้งหลาย  (ว่าผิดประเวณี)  แล้วพวกเขาไม่นำพยานสี่คน มายืนยัน  ดังนั้น พวกท่านจงเฆี่ยนพวกเขา แปดสิบครั้ง  และพวกท่านอย่ารับการเป็นพยาน สำหรับพวกเขาตลอดไป  และพวกเขาคือบรรดาผู้ประพฤติชั่ว  ยกเว้นบรรดาผู้ที่สำนึกผิด ภายหลังการดังกล่าว และปรับปรุงตัว  ดังนั้น แน่แท้อัลลอฮฺทรงอภัยยิ่ง อีกทั้งทรงเมตตายิ่ง” (สูเราะฮฺอัน-นูร  อายะฮฺที่  4-5)

บทลงโทษการใส่ร้ายในเรื่องผิดประเวณี

บทลงโทษในคดีใส่ร้าย ในเรื่องผิดประเวณี คือการเฆี่ยนด้วยแส้ แปดสิบที  และไม่รับการเป็นพยาน ของผู้ใส่ร้าย  ยกเว้นเมื่อเขาผู้นั้น สำนึกผิด และกลับตัวแล้ว เท่านั้น  หลักฐานยืนยันในเรื่องนี้ คือ  อายะฮฺอัลกุรฺอานที่  4-5  จากสูเราะฮฺอัน-นูร  ข้างต้น  และหะดีษที่รายงานว่า  ท่านนบีฯ  (صلى الله عليه وسلم)  ได้สั่งเฆียนกลุ่มชนที่กล่าวหา และใส่ร้ายท่านหญิงอาอิซะฮฺ  (ร.ฏ.)  จำนวนแปดสิบที  (รายงานโดยอัลฮัยซะมี ในมัจญ์มะอฺ  อัซซะวาอิด  6/280)

เงื่อนไขในการลงโทษผู้ใส่ร้าย ในเรื่องผิดประเวณี

ในการลงโทษผู้กระทำผิด ในข้อหาการใส่ร้ายนี้ จำต้องมีเงื่อนไขครบสมบูรณ์  10  ประการ  ดังนี้

เงื่อนไข  5  ประการในตัวผู้กระทำผิดข้อหาใส่ร้าย  คือ

- ต้องเป็นผู้บรรลุศาสนภาวะแล้ว
- ต้องมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์  ไม่เป็นบ้าวิกลจริต
- ผู้กระทำความผิด ต้องมิใช่บุพการี ของผู้ที่ถูกใส่ร้ายเช่น  บิดา,ปู่,มารดา,ย่าหรือยาย  เป็นต้น
- ต้องกระทำไป โดยสมัครใจ มิได้ถูกบังคับ
- ผู้กระทำผิด ต้องรู้ว่าการใส่ร้ายในเรื่องนี้ เป็นที่ต้องห้าม  (หะรอม)

เงื่อนไข 5 ประการในตัวผู้ถูกใส่ร้าย

 - เป็นมุสลิม
- บรรลุศาสนภาวะ
- มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์
- ต้องเป็นผู้บริสุทธิ์ในเรื่องเพศ  กล่าวคือ  ไม่เคยได้รับการยืนยันว่าได้ผิดประเวณีมาก่อน
- การใส่ร้ายนั้น ไม่ได้เป็นไปด้วยการสมยอม หรือการอนุญาตของผู้ถูกใส่ร้าย

ดังนั้น  เมื่อปรากฏว่าเงื่อนไขดังกล่าว ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์  การลงโทษก็เป็นอันตกไป  แต่ผู้ปกครอง หรือผู้มีอำนาจ สามารถลงโทษผู้กระทำผิดได้ ตามดุลยพินิจ ซึ่งมิใช่เป็นการลงโทษ ตามที่ศาสนาบัญญัติเอาไว้  เช่น  คุมขัง  หรือ  ตี  เป็นต้น

สิ่งที่ทำให้การลงโทษ ในข้อหาใส่ร้าย ตกไป

การลงโทษผู้กระทำผิด ในข้อหาใส่ร้ายผู้อื่น ว่า ผิดประเวณีจะตกไปด้วย  3  ประการดังต่อไปนี้  คือ

1.  มีพยานยืนยันว่า มีการผิดประเวณีเกิดขึ้นจริง หรือผู้ถูกกล่าวหาให้การยอมรับสารภาพ  ดังนั้น เมื่อมีพยานอีกสามคน ที่มีคุณสมบัติในการเป็นพยาน ได้เข้าร่วมกับผู้กล่าวหา และทั้งหมดยืนยันว่า มีการผิดประเวณี ด้วยคำพูดที่ชัดเจน หรือผู้ถูกกล่าวหา ให้การยอมรับสารภาพ ตามข้อกล่าวหา  การลงโทษในข้อหาใส่ร้ายผู้อื่น ว่าผิดประเวณี เป็นอันตกไป  โดยเปลี่ยนไปสู่ผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งต้องถูกดำเนินการลงโทษ ในข้อหาผิดประเวณี  แต่ถ้าหากมีพยานยืนยัน น้อยกว่า  3  คน พร้อมด้วยผู้กล่าวหา  การเป็นพยานนี้ ถือว่าไม่ถูกรับรอง และบุคคลทั้งหมด ถือเป็นผู้กระทำผิด และต้อง ถูกลงโทษทั้งหมด

2.  ผู้ถูกใส่ร้ายอภัยให้แก่ผู้ใส่ร้าย หรือกล่าวหาต่อหน้าผู้พิพากษา

3.  มีการลิอาน  เกิดขึ้นในกรณีที่ผู้กล่าวหาเป็นสามี และผู้ถูกกล่าวหาเป็นภรรยา

เงื่อนไขของผู้เป็นพยาน

พยานแต่ละคนจะต้องเป็นชาย  ดังนั้น หากพยานเป็นหญิงสี่คน  การเป็นพยานของพวกนาง ย่อมไม่ถูกยอมรับ และจำต้องดำเนินบทลงโทษ ต่อพวกนาง ในข้อหาใส่ร้ายผู้อื่น ว่าผิดประเวณี และผู้เป็นพยานต้องเป็นเสรีชน  มิใช่ทาส  และจะต้องเป็นมุสลิม

ที่มา http://www.alisuasaming.com

หน้าหลัก

มิถุนายน 20, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

¿ÃÕ Ê¶ÔµÔàÇçºä«µì