Custom Search

การละหมาดเวลากลางคืน (กิยามุลลัยลฺ)

การทำละหมาดเวลากลางคืนนั้น ถือเป็นสิ่งบังคับท ี่เป็นบัญญัติประการแรก ที่ต้องปฏิบัติในอิสลาม สิ่งบังคับ ที่เป็นบัญญัติประการแรก ที่อัลลอฮฺทรงกำหนด ก็คือการทำละหมาดเวลา กลางคืน (กิยามุลลัยลฺ) อัลกุรอานที่ถูกประทานลงมา หลังจากซูเราะฮฺ  “อิกเราะอฺ” นั้นก็คือ อายะฮฺ

โอ้ผู้คลุมกายอยู่เอ๋ย ! (หมายถึงท่านเราะซูล ขณะที่ท่านกำลังนอนห่มผ้า) จงยืนขึ้น (ละหมาด) เวลากลางคืน เว้นแต่เพียงเล็กน้อย (ไม่ใช่ตลอดคืน)  ครึ่งหนึ่งของเวลากลางคืน หรือน้อยกว่านั้น เพียงเล็กน้อย  หรือมากกว่านั้น และจงอ่านอัลกุรอานช้า ๆ เป็นจังหวะ (ชัดถ้อยชัดคำ) ซูเราะฮฺ อัล มุซซัมมิล: 1-4

ท่านอิมาม อิบนุกะซีร ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวอธิบายอายะฮฺนี้ว่า อัลลอฮฺ ได้ทรงมีบัญชา แก่เราะซูลของพระองค์ ให้ละเว้นจากการนอนห่มผ้า ในเวลากลางคืน และให้ท่านเราะซูล ลุกขึ้นทำละหมาด เพื่อพระองค์ ดังที่อัลลอฮฺ ตรัสความว่่า สีข้างของพวกเขา เคลื่อนห่างจากที่นอน (หมายถึงการละหมาด ตะฮัดญุด) พลางวิงวอน ต่อพระเจ้าของพวกเขา ด้วยความกลัว และความหวัง  และพวกเขาบริจาค  สิ่งที่เราได้ให้ เป็นเครื่องยังชีพแก่พวกเขา ซูเราะฮฺ อัสสะญะดะฮฺ: 16

เพราะเหตุทำนองนี้เอง ที่ท่านเราะซูล  จึงได้สนองตามบัญญัติ แห่งพระบัญชาของอัลลอฮฺ เกี่ยวกับการลุกขึ้นทำละหมาด เวลากลางคืน ซึ่งถือเป็นหน้าที่ภารกิจ ที่ต้องปฏิบัติ สำหรับท่านเราะซูล เพียงผู้เดียวเท่านั้น ดังที่อัลลอฮฺ ทรงตรัสว่า และจากบางส่วนของกลางคืน เจ้า (มุฮัมมัด) จงตื่นขึ้นมาละหมาด ในเวลาของมัน (เป็นละหมาดเพิ่ม ที่นอกเหนือละหมาดฟัรฎู) เป็นการสมัครใจ สำหรับเจ้า หวังว่าพระเจ้าของเจ้า จะทรงให้เจ้าได้รับตำแหน่ง ที่ถูกสรรเสริญ” ซูเราะฮฺ อัล อิสรออฺ: 79

ท่านอิมาม อิบนุกะซีร ได้อธิบายบัญญัติของอัลลอฮฺ ที่มีความว่า “คือเจ้าจงตื่นครึ่งคืน หรือลดลงมาสักเล็กน้อย หรือจงเพิ่มขึ้นกว่านั้น” ว่าหมายถึง เรา (อัลลอฮฺ) ได้มีบัญชาให้เจ้า ทำละหมาดครึ่งคืน โดยจะเกินเล็กน้อย หรืหย่อนเล็กน้อย ก็ไม่ถือเป็นโทษสำหรับเจ้า
                
และท่านอิมาม อินุกะซีร ยังได้อธิบายดำรัสที่มีความว่า “เจ้าจงอ่านอัลกุรอาน ช้าๆ ให้ถูกต้อง ชัดเจน” นั้น หมายถึง เจ้าจงอ่านช้าๆ อย่าได้รีบร้อน เพราะดังกล่าว จะช่วยให้เกิดความเข้าใจอัลกุรอาน และการพินิจพิจารณา ในความหมายนั้นๆ ด้วย และท่านเราะซูล ได้อ่านอัลกุรอาน อย่างช้าๆ

ซึ่งท่านหญิงอาอิชะฮฺ ได้รายงานว่า ท่านเราะซูล  ได้อ่านอัลกุรอานซูเราะฮฺหนึ่ง โดยท่านได้อ่านอย่างช้าๆ ถูกต้องชัดเจน จนกระทั่งกินเวลานาน ยิ่งกว่าซูราะฮฺที่ยาวที่สุด
       
ได้ปรากฏในศ่อฮี้ฮฺบุคอรีย์ จากรายงานของท่านอนัส กล่าวว่า มีผู้ถามท่าน เกี่ยวกับการอ่าน ของท่านเราะซูล แล้วท่านอนัส ได้ตอบว่า "การอ่านของท่านเราะซูล นั้น ท่านออกเสียงยาวๆ แล้วท่านอนัส ก็ได้อ่าน بسم الله الرحمن الرحيم  ให้ฟัง เป็นตัวอย่าง โดยที่ท่านยืดเสียงยาว ใน بسم الله ยืดเสียงยาวใน الرحمن และยืดเสียงยาวใน الر حيم "
       
ท่านอิบนุญุรอฮฺ ได้รายงานจากท่านอิบนุ อบีกุลัยกะฮฺ จากท่านหญิงอุมมุซะละมะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ว่า มีผู้หนึ่งถามนางถึง การอ่านของท่านเราะซูล แล้วนางก็ตอบว่า

"ท่านเราะซูล ได้อ่านตัดขาดจากกัน ระหว่างช่วงอายะฮฺหนึ่ง กับอีกอายะฮฺหนึ่ง โดยที่ท่านเราะซูล จะอ่านทีละอายะฮฺ "

จากบรรดาอายะฮฺอัลกุรอาน และฮะดีส ตลอดจนคำอธิบายของท่านอิมาม อิบนุกะซีร ที่กล่าวมานี้ เราสามารถสรุปออกมาได้ดังนี้

1. การละหมาดเวลากลางคืนนั้น เป็นบัญญัติประการแรก ที่ลงมา ในด้านของการปฏิบัติ ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่า ดังกล่าวนี้ แสดงให้เห็นถึงความประเสริฐ และความสำคัญยิ่ง ของการทำละหมาด เวลากลางคืน

2. อัลลอฮฺ ได้ทรงกำหนดขอบเขตเวลา ของการละหมาดกลางคืน ให้แก่เราะซูลของพระองค์ คือเวลาครึ่งคืน เกินเล็กน้อย หรือหย่อนเล็กน้อย

3. การอ่านกุรอานในละหมาดเวลากลางคืนนั้น จะต้องอ่านในแบบตัรตีล คือหมายถึงยืดเสียงยาวๆ ดังที่ท่านหญิงอาอิชะฮฺ ท่านหญิงอุมมุซะละมะฮฺ และท่านอนัสได้อธิบายไว้ พร้อมกับหยุดในทุกๆตอนต้นของอายะฮฺ

4. การทำละหมาดเวลากลางคืน (กิยามุลลัยลฺ) นั้น เป็นสิ่งบังคับแก่ท่านเราะซูล   โดยมีหลักฐาน จากดำรัสของอัลลอฮฺ ที่ว่า “และจากบางส่วน ของกลางคืน เจ้า (มุฮัมมัด) จงตื่นขึ้นมาละหมาด ในเวลาของมัน (เป็นละหมาดเพิ่ม ที่นอกเหนือละหมาดฟัรฎู) เป็นการสมัครใจสำหรับเจ้า หวังว่าพระเจ้าของเจ้า จะทรงให้เจ้าได้รับตำแหน่ง ที่ถูกสรรเสริญ”  ซูเราะฮฺ อัล อิสรออฺ: 79

ท่านอิมาม อิบนุกะซีร กล่าวว่า : ท่านอิบนุ อับบาส ท่านอิกริมะฮฺ ท่านอัลมุญาฮิด ท่านฮะซัน และบรรดาชาวสลัฟอีกหลายๆ ท่าน กล่าวว่า : อัลกุรอานอายะฮฺนี้ ได้มายกเลิกสิ่งที่อัลลอฮฺ  ทรงกำหนด เป็นข้อบังคับแก่มุสลิม จากการให้ทำละหมาด เวลากลางคืน   
       
ท่านอิมาม อะฮฺมัด และท่านอิมามมุสลิม ได้รายงานในหนังสือศ่อฮี้ฮฺ ของท่าน จากรายงานของท่านสะอีด อิบนุ ฮิชาม ว่า ท่านได้ถามท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ถึงการทำละหมาดกลางคืน ของท่านเราะซุล

แล้วท่านหญิงอาอิชะอ์ ก็ได้กล่าวแก่ท่านสะอีดว่า : ท่านมิได้อ่านซูเราะฮฺอัลมุซัมมิล ดอกหรือ?

ท่านสะอีดจึงตอบว่า : ได้อ่านแล้ว

ท่านหญิงอาอิชะฮฺ จึงกล่าวว่า : อัลลอฮฺได้ทรงกำหนด การละหมาดเวลากลางคืน ให้เป็นสิ่งบังคับในต้นซูเราะฮฺนี้ แล้วท่านเราะซูล ก็ได้ยืนละหมาดเวลากลางคืน ตลอดจนบรรดาศ่อฮาบะฮฺของท่าน ก็ทำด้วยเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม และอัลลอฮฺได้ทรงระงับ การประทานลงมา ของท้ายซูเราะฮฺนี้ ไว้ในชั้นฟ้า เป็นเวลา สิบสองเดือน

ต่อมาอัลลอฮฺ ก็ทรงประทานการผ่อนปรนลงมา ในช่วงท้ายของซูเราะฮฺนี้ ดังนั้น การทำละหมาดเวลากลางคืน จึงกลายเป็นเรื่องของความสมัครใจ หลังจากที่ได้เคยเป็นฟัรฎู  ผู้ใดใคร่ทำก็ทำ และผู้ใดละทิ้ง ก็ไม่มีบาปใดๆ สำหรับเขา

5. ความสมัครใจในการทำละหมาด ในเวลากลางคืนนี้ เป็นสิ่งที่ชอบ และเรียกร้องให้มุสลิมนั้น กระทำตลอดปี แต่ทว่าในช่วงเดือนรอมฎอนนั้น ชอบให้ปฏิบัติแข็งขันยิ่งกว่า ทั้งยังมีผลบุญมากมายอีกด้วย เพราะว่าในเดือนรอมฎอนนั้น มีคืน “ก็อดัร” ที่อัลลอฮฺ  ทรงให้คืนนั้น มีความประเสริฐ และการทำอิบาดะฮฺในคืนนั้น ประเสริฐกว่าการทำอิบาดะฮฺ ในเดือนอื่นๆ ถึงหนึ่งพันเดือน ดังที่อัลลอฮฺ  ตรัสว่า 
 
ليلة القدر خير من ألف شهر

คืนก็อดัรนั้น ดียิ่งกว่าหนึ่งพันเดือน

ท่านเราะซูล กล่าวว่า 
 
من قام ليلة القدر ايمانا واحتسابا غفر له ما تقدم من ذنبه 

ผู้ใดดำรงละหมาดในเวลากลางคืน ของเดือนรอมฏอน เขาจะได้รับการอภัยโทษ (ในบาปเล็กๆที่ผ่านมา)” รายงานโดย บุคอรีย์ และมุสลิม
            

คัดจากวารสาร สายสัมพันธ์ (อัร รอบิเฏาะฮฺ)      

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
E-mail : govee2011@hotmail.com หรือ www.facebook.com/hasem.piwdee

¿ÃÕ Ê¶ÔµÔàÇçºä«µì